ลาวจ่อขึ้นชั้นเจ้าตลาดปั่นไฟฟ้าป้อนอาเซียน

10Aug

ลาวจ่อขึ้นชั้นเจ้าตลาดปั่นไฟฟ้าป้อนอาเซียน

                     นายคำมะนี อินทิลัด รัฐมนตรีพลังงานฯ สปป.ลาว ได้ระบุว่า ปัจจุบันประชาชนราวประมาณ 92% อยู่ในพื้นที่ที่มีกระสไฟฟ้าใช้ รัฐบาลตั้งเป้าว่าภายในปี 2020 จะเพิ่มสัดส่วนผู้มีกระแสไฟฟ้าใช้เป็น 95% ทั่วประเทศ ซึ่งในปีดังกล่าวรัฐบาลตั้งเป้าว่าในสปป.ลาวจะมีโรงผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำที่เปิดทำการจำนวนทั้งสิ้น 100 แห่ง มีกำลังการผลิตรวมกัน 28,000 เมกะวัตต์ หรือคิดเป็นปริมาณผลิตปีละประมาณ 77,000 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง (KWh) ในจำนวนนี้ตั้งเป้าว่าจะเป็นการผลิตเพื่อส่งออก 85% นอกจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่มีเปิดดำเนินการอยู่แล้ว 46 แห่งในปัจจุบัน ลาวมีโรงไฟฟ้าที่กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างอีก 54 แห่งทั่วประเทศ ทั้งหมดมีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2020 (พ.ศ. 2563) ทั้งนี้ย้อนกลับไปในปี 2548 ลาวมีโรงไฟฟ้าพลังน้ำเพียง 9 แห่งเท่านั้น มีกำลังการผลิตรวมกัน 679 เมกะวัตต์ และปริมาณผลิตรวมปีละประมาณ 3,236 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง ในขณะนั้น ประชาชนที่มีกระแสไฟฟ้าใช้มีสัดส่วนเพียง 45% ของทั้งประเทศ ภายหลังนโยบายพัฒนาประเทศเป็นหม้อไฟ หรือ แบตเตอรี่แห่งอาเซียน มีการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำในลาวมากขึ้นเรื่อยๆ กระแสไฟฟ้าส่วนหนึ่งส่งออกไปยังประเทศไทย กัมพูชา และเวียดนาม โดยไทยเป็นตลาดส่งออกใหญ่ของไฟฟ้าจากลาว คิดเป็นปริมาณที่ไทยซื้อจากลาวประมาณปีละ 10,000 เมกะวัตต์ และเวียดนามประมาณ 5,000 เมกะวัตต์อย่าไรก็ตาม ในอนาคต ลาวมีแผนจำหน่ายกระแสไฟฟ้าผ่านไทยและมาเลเซียไปยังสิงคโปร์ประมาณ 100 เมกะวัตต์ต่อปีและไปยังเมียนมา 200 เมกะวัตต์ ทั้งหมดนี้เป็นเป้าหมายในปี 2020 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและเหมืองแร่ของลาว กล่าวย้ำว่า นโยบายของรัฐบาลนั้น ต้องการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อนำมาซึ่งความเจริญทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคมและเพื่อส่งเสริมการลงทุนของต่างชาติในประเทศลาวโดยเฉพาะในด้านพลังงานเนื่องจากลาวมีลักษณะทางภูมิศาสตร์และที่ตั้งที่เอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังน้ำเป็นอย่างมาก

                     อย่างไรก็ตาม แม้ไฟฟ้าพลังน้ำจะเป็นแหล่งพลังงานที่ยั่งยืนไปถึง 100 ปี แต่ลาวต้องเจอเสียงคัดค้านจากเหล่านักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ที่่่่่่่่่่่่่่ต่อต้านไม่ให้มีการสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขง เช่น โครงการเขื่อนไชยะบุรีที่กำลังก่อสร้าง ศักยภาพการผลิตไฟฟ้า 1,285 เมกะวัตต์ ซึ่งนักอนุรักษ์กล่าวว่า เป็นอันตรายต่อชีวิตผู้คนริมฝั่งแม่น้ำโขง แต่นายวีระพนยืนยันว่า ลาวต้องการพัฒนาโครงการไฟฟ้าพลังน้ำทุกชนิดที่ได้รับการยอมรับทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและการเงิน

                      ปัจจุบันไทยเป็นลูกค้ารายใหญ่สุดที่ซื้อไฟฟ้าจากลาว ซึ่งลาวมีข้อตกลงจัดส่งไฟฟ้าให้กับเวียดนามและกัมพูชา และบริษัทส่งออกไฟฟ้าลาวก็พยายามหาหนทางแลกเปลี่ยนไฟฟ้ากับจีนด้วยเช่นกัน โดยกำลังศึกษาความเป็นไปได้ให้จีนซื้อไฟฟ้าที่จีนผลิตได้ในลาวคืนไป ในกรณีผลิตไฟฟ้าได้เกินความต้องการ ซึ่งนายวีระพนระบุว่า จีนและไทยเป็นนักลงทุนรายใหญ่สุดในอุตสาหกรรมไฟฟ้าของลาวนอกจากนี้ ลาวยังจะได้ประโยชน์จากการขายไฟฟ้าพลังน้ำให้กับภาคีหลายภาคส่วน ภายใต้สายส่งไฟฟ้าสองภูมิภาค ซึ่งลาวกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในเรื่องนี้อยู่ขณะเดียวกันภายใต้ความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงหรือจีเอ็มเอส ลาว เวียดนาม ไทย กัมพูชา และมณฑลยูนนานของจีนจะแลกเปลี่ยนไฟฟ้ากัน ส่วนภายใต้ความร่วมมืออาเซียนนั้นลาวจะส่งไฟฟ้าผ่านไทยและมาเลเซียไปยังสิงคโปร์ ซึ่งนายวีระพนเผยว่า อาจต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง เพราะเป็นครั้งแรกในเอเชีย อีกทั้งโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการขายไฟฟ้าลาวให้สิงคโปร์ยังไม่คืบหน้า แต่ไทยและมาเลเซียอาจมีแนวทางที่แตกต่างออกไปในการจัดการกับประเด็นปัญหาด้านเทคนิค

 

ที่มา www.industry.go.th