‘อุตตม’เร่งศูนย์ซ่อมฯอู่ตะเภา ชูนโยบายเร่งด่วง เปิดทางการบินไทยหาผู้ลงทุนเพิ่ม

12Aug

‘อุตตม’เร่งศูนย์ซ่อมฯอู่ตะเภา ชูนโยบายเร่งด่วง เปิดทางการบินไทยหาผู้ลงทุนเพิ่ม

                       ‘อุตตม’ ยกระดับศูนย์ซ่อมอากาศยานในอีอีซีเป็นนโยบายโครงการเร่งด่วน หวังให้เกิดการพัฒนาโดยเร็ว เปิดทางให้การบินไทย ดึงพันธมิตรรายอื่นร่วมลงทุนมากขึ้นนอกเหนือจากแอร์บัส หลังต่างชาติรายใหญ่แสดงความสนใจร่วมลงทุนในการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 กรกฏาคม ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2560 งบกลางสำหรับค่าใช้จ่ายตามแผนการ พัฒนาสนามบินอู่ตะเภาให้ทัดเทียมกับสนามบินสุวรรณภูมิโดยต้องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านอื่นเพิ่มเติม ซึ่งจะใช้งบกลางจำนวน 760 ล้านบาทเพื่อศึกษาการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา ใน 12 โครงการ ด้วยเม็ดเงินลงทุนกว่า1.64 แสนล้านบาทโดยหนึ่งในนั้นมีโครงการ ก่อสร้างซ่อมอากาศยาน (MRO) ที่บริษัท การบินไทย (มหาชน) หรือทีจี และบริษัท แอร์บัสฯ ที่ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ(เอ็มโอยู) ร่วมกันในการลงทุนมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งดำเนิน งานล่าสุดอยู่ระหว่างการออกแบบคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนธันว่าคม 2560 และจะดำเนินการก่อสร้างได้ภายในปี 2561
                       จากการดำเนินงานดังกล่าวในการประชุมคณะกรรมการบริหารการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ที่มีนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในวันที่ 9 สิงหาคมนี้ จะมีการพัฒนาเป็นโครงการเร่งด่วนในเชิงนโยบายขึ้นมา เพิ่มเติมจาก 5 โครงการเร่งด่วนที่ได้มีการเห็นชอบไปแล้วแหล่งข่าวจากสำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (สกศ.) เปิดเผยกับ ”ฐานเศษฐกิจ” ว่า การประชุมคณะกรรมการบริหารฯ ในวันที่ 9 สิงหาคมนี้จะมีการพิจารณานำโครงการพัฒนาศูนย์ซ่อมอากาศยานในพื้นที่ส่งเสริมพิเศษสนามบินอู่ตะเภาขึ้นมาเป็นโครงการเร่งด่วนในการพัฒนาจากปัจจุบันที่ซ่อนอยู่ในโครงการพัฒนาสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา เพื่อให้เกิดเป็นนโยบายในกรขับเคลื่อนที่เร่งด่วนเช่นเดียวกับ 5 โครงการเร่งด่วนที่คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์
โอชา นายกรัฐมนตรี เห็นชอบไปแล้ว
                       อีกทั้ง เมื่อประกาศการพัฒนาศูนย์ซ่อมอากาศ เป็นระดับนโยบายแล้ว จะช่วยเปิดทางให้บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ขยายความร่วมมือด้านการลงทุน    กับเอกชนรายอื่นๆ ที่จะเข้ามาลงทุนได้มากขึ้น หลังจากที่ผ่านมาได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) กับทางบริษัท แอร์บัสฯเท่านั้นที่จะร่วมลงทุนศูนย์ซ่อมอากาศยานมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท ”เมื่อมีความชัดเจนด้านนโยบายเกิดขึ้นจะทำให้การบินไทยไปร่วมทุนกับเอกชนหลายรายมากขึ้น เพราะอุตสาหกรรมอากาศยานต้องใช้เงินลงทุนที่สูงและรัฐบาลต้องการให้เกิดการลงทุนโดยเร็ว จากแผนเดิมที่การบินไทยและแอร์บัสได้ลงนามเอ็มโอยูที่จะร่วมลงทุนใน 6 กิจการหลัก เช่น ศูนย์ซ่อมใหญ่ศูนย์ซ่อมย่อย ศูนย์พัฒนาบุคลากรด้านการบินและช่าง ศูนย์ซ่อมลำตัวเครื่องบินที่เป็นวัสดุคอมโพสิตโรงพ่นสี และศูนย์โลจิสติกส์ดูแลการขนส่งชิ้นส่วนทางเครื่องบินและในอนาคตจะขยายไปสู่การสร้างศูนย์ซ่อมเครื่องยนต์ และชิ้นส่วนสำคัญต่างๆ”
                      แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า โดยที่ผ่านมามีนักลงทุนรายใหญ่แสดงความสนใจที่จะเข้ามาลงทนในอุตสาหกรรมอากาศยานไม่ว่าจะเป็นบริษัทโบอิ้งฯที่สนใจจะร่วมลงทุนในลักษณะเดียวกับ แอร์บัสใน 2 ส่วนหลักๆ ได้แก่ การผลิตชิ้นส่วนหลักๆ ได้แก่ การผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน และ Simulators Training Center เพื่อฝึกหัดนักบินให้เชี่ยวชาญในการบินกับเครื่องบินแบบต่างๆ รวมถึงบริษัทโรล์-รอยซ์ฯ ที่ได้มีการหารือกันรอบหนึ่งแล้ว ก็มีความสนใจที่จะมาลงทุนตั้งศูนย์ซ่อมเครื่องยนต์อากาศยาน เนื่องจากเครื่องบินในภูมิภาคนี้ใช้เครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์ จำนวนมาก

 

ที่มา www.industry.go.th