MAX เตรียมเพิ่มทุน ซื้อโรงไฟฟ้าทั้งในและนอกประเทศ

05Sep

MAX เตรียมเพิ่มทุน ซื้อโรงไฟฟ้าทั้งในและนอกประเทศ

                      รศ.ดร.อิทธิชัย อรุณแสงศรีไชย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกซ์ เมทัล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MAX กล่าวว่า บริษัทฯได้เปลี่ยนแปลงวิธีการเพิ่มทุนจากเดิมจัดสรรให้นักลงทุนเฉพาะเจาะจง (PP) มาเป็นการให้สิทธิผู้ถือหุ้นเดิม (Rights Offering) สัดส่วน 2 หุ้นเดิม ต่อ 5 หุ้นใหม่ ราคาเสนอขายหุ้นละ 0.05 บาท ซึ่งเป็นราคาเท่ากับมูลค่าหุ้นทางบัญชี (Book Value) เนื่องจากบริษัทฯต้องการให้สิทธิกับผู้ถือหุ้นเดิม กรณีที่มีหุ้นเหลือจากการใช้สิทธิ หรือผู้ถือหุ้นไม่ใช่สิทธิ จะพิจารณาจัดสรร PP ต่อไป

                      สำหรับการเรียกชำระเพิ่มทุนครั้งนี้ ถือเป็นการเรียกเพิ่มทุนครั้งแรก นับจากปี 2557 ซึ่งครั้งสุดท้ายเป็นการเพิ่มทุน PP ให้กับกลุ่ม นายขจรศิษฐ์ สิ่งสรรเสริญ ราคาหุ้นละ 0.05 บาท กระทั่งต้นปี 2560 จึงมีการเรียกเพิ่มทุนในครั้งนี้ รศ.ดร.อิทธิชัย กล่าวว่า การเพิ่มทุนครั้งนี้ มีเป้าหมายนำเงินเพิ่มทุนไปลงทุนเน้นการลงทุนธุรกิจโรงไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ ขนาด 240 เมกกะวัตต์, โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ประเทศญี่ปุ่น ขนาด 3.87 เมกกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าจากขยะ ขนาด 9.9 เมกกะวัตต์ โดยธุรกิจพลังงานที่ลงทุนเป็นการซื้อและร่วมทุนที่มีรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้า (COD) เข้ามาทันที ซึ่งในปีนี้จะเริ่มมีรายได้จากโรงไฟฟ้าขยะแพรกสา ขนาด 9.9 เมกกะวัตต์ อนาคตโครงสร้างรายได้ MAX จะมาจากธุรกิจพลังงานเป็นหลัก สำหรับการลงทุนในบริษัท PTTC สัดส่วน 21.5 % มูลค่าการลงทุน 454.128 ล้านบาท วางมัดจำแล้ว 100 ล้านบาท คาดส่งมอบหุ้นครบถ้วนทั้งหมด ภายในไตรมาส 1/2560 ปัจจุบัน PTTC เป็นบริษัทผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก ระบบ Cogeneration กำลังผลิต 120 เมกกะวัตต์ และพลังไอน้ำ กำลังการผลิตสูงสุด 30 ตัน/ชั่วโมง เป็นตัวที่ทำรายได้ดีให้กับบริษัท

                      นอกจากนี้การลงทุนในบริษัท เท็กซัส 121 ที่มีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 2 โครงการในประเทศญี่ปุ่น คือโครงการ MoKamI และ Hanamaki กำลังผลิต 3.87 เมกกะวัตต์ มีผู้ร่วมทุนที่แข็งแกร่งอย่าง บริษัท TEPCO เป็นบริษัทพลังงานอันดับต้น ๆ ของญี่ปุ่นอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน แต่ละโครงการกำหนดไว้ไม่ต่ำกว่า 10% ซึ่งนโยบายการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าก่อสร้างแล้วเสร็จและรับรู้รายได้ในปี 2560 ทำให้มีกำไรและกระแสเงินสดกลับเข้ามาในบริษัทในระยะเวลารวดเร็ว สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาวสำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2559 สามารถพลิกขึ้นมาเป็นกำไร 3,405% จากที่เคยขาดทุน ซึ่งเป็นผลจากการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี รวมทั้งรายได้จากการลงทุนในธุรกิจสนามกอล์ฟมาเจสติก ตามสัดส่วนการลงทุน

ที่มา : www.industry.go.th