จับตารัฐสั่งแบนยาฆ่าหญ้า-แมลง เกษตรกรจ่อส่งข้อมูลใหม่ให้พิจารณา

30Aug

จับตารัฐสั่งแบนยาฆ่าหญ้า-แมลง เกษตรกรจ่อส่งข้อมูลใหม่ให้พิจารณา

                        กลายเป็นประเด็นร้อนสำหรับวงการเกษตรไทยกับกรณี”พาราควอตและคลอร์ไพริฟอส”เมื่อคณะกรรมการขับเคลื่อนปัญหาการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ครั้งที่ 4/2560 เมื่อวานที่5 เมษายน 2560 ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธาารณสุข โดยมีตัวแทนจาก 5 กระทรวงหลักเข้าร่วมได้มีมติให้ยกเลิกการใช้สารเคมี 2 ชนิดนี้ โดยไม่ให้กรมวิชาการเกษตรรับขึ้นทะเบียนไม่ต่ออายุทะเบียน และห้ามนำเข้ามาใช้ในประเทศไทยอีก ตั้งแต่ 1 ธ.ค. 2560และเลิกใช่อย่างสิ้นเชิงภายในวันที่
                       1 ธ.ค. 2562 โดยระบุว่า พาราควอตจัดเป็นยาพิษที่มีความรุนแรง ไม่สามารถหายาถอนพิษได้ ที่ผ่านมา 47 ประเทศทั่วโลกยกเลิกการใช้แล้วโดยล่าสุดสมาพันธ์เกษตรปลอดภัยได้
จัดเวทีเสวนาเชิงวิชาการ ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ศกนี้ วัดถัดมา เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 60 กรมวิชาการเกษตร ได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นเชิญผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งเกษตรกรและกลุ่ม NGOs เอกชนมาช่วยกันเสนอไอเดียเพื่อหาทางออก
                       นายสุกรรณ์ สังข์วรรณะ เลขาธิการสมาพันธ์เกษตรปลอดภัยกล่าวว่าเกษตรกรล้วนกังวลว่า หากยกเลิกสารเคมี2 ตัวนี้ โดยเฉพาะสารพาราควอตอาจกระทบต่อต้นทุนของเกษตร ซึ่งสวนทางกับนโยบายของ พล.อ.ฉัตรชัยสารัยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องการให้เกษตรกรลดต้นทุน แนะนำให้เกษตรกรทำการเกษตรแบบปลอดภัย ให้ใช้สารเคมีได้ในอัตราที่เหมาะสมซึ่งสารพาราควอตเกษตรเข้าใจและคุ้นชิน รู้ว่าจะใช้อย่างไร ในปริมาณเท่าใด จึงจะเหมาะสม
                       นางสาววัชรีภรณ์ พันธุ์ภูมิพฤกษ์นายกสมาคมอารักขาพืชไทย กล่าวว่าเกษตรกรใช้สารเคมีในประเทศไทยมีมานานในฐานะผู้ผลิตขอย้ำว่า ผู้ประกอบการมีจรรยาบรรณในการผลิตทุกกระบวนการหากสารเคมีเหล่านี้เป็นผลเสียในทางเดียวแล้วถูกผลิตออกไป คงไม่มีการใช้กันอย่างแพร่หลายในวงการเกษตรกรรมไทยมาถึงจุดนี้แน่นอน
                       ส่วนเวทีกรมวิชาการเกษตรได้เปิดเวทีรับฟังผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อกำหนดมาตราการในการควบคุมสารกำจัดศัตรูพืช3 ชนิด ทั้งพาราควอต คลอรืไฟริฟอสและไกลโพเสตขึ้นเมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา ณ โรงแรมมารวยการ์เด้นกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีเกษตรจากทั่วประเทศเข้าร่วมการแสดงความคิดเห็นอย่างคับคั่ง ซึ่งเกษตรกรเหล่านี้เห็นว่าการใช้สารทั้ง 3 ชนิด ถ้าทำถูกที่ ถูกเวลาถูกอัตรา ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด จึงไม่ต้องการให้แบบการใช้ หลายคนใช้มา20-40 ปี สุขภาพยังแข็งแรง บางคนเป็นเบาหวานต้องตรวจเลือดทุกเดือนก็ไม่มีสารพิษตกค้าง ดังนั้นจึงเสนอให้กรมวิชาการเกษตรรับต่อทะเบียนสารเคมีเหล่านี้อีก แต่ถ้ายังสงสัยกันก็ทำวิจัยอัตรายจากสารอีกครั้ก หากพบผลเสียมากกว่าผลดี ก็ยกเลิกการขึ้นทะเบียนได้
                      ทางด้านผกาสินี คล้านมาลา จากกองวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร กรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า จากการเก็บตัวอย่างหาสารตกค้างพาราควอตในดินและน้ำทั้วประเทศตั้งแต่ปี 2552-2560ในดิน 500 กว่าตัวอย่าง และในแม่น้ำ 700 กว่าตัวอย่าง ทั้งจากแม่น้ำเจ้าพระยาป่าสัก บางปะกง ท่าจีน แม่กลองพบที่ดินตะกอนแม่น้ำน่านแห่งเดียวแต่อยู่ในระดับ 1.08 มิลลิกรัม/กก.เท่านั้นและเจอคลอร์ไพริฟอสในอาหารบ้างซึ่งช่วงนี้กำลังเก็บตัวอย่างจากสวนผลไม้ภาคตะวันออก 4 จังหวัดมาวิจัยหาสารตกค้างเพิ่มอีก“ข้อมูลที่ไทยแพนหรือเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืชส่งให้คณะกรรมการชุดใหญ่ จะอิงข้อมูลอาจารย์หมาวิทยาลัยนเรศวรที่ไปตรวจดินและน้ำที่น่านเพียงง 2 เดือน แต่ผลวิจัยยังไม่ครบถ้วน และมีกระแสข่าวว่าเจอสารตกค้าง ทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านและกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมไปตรวจซ้ำ ปรากฏว่าไม่พบ และที่มีกระแสข่าวว่า ผบผู้ป่วยมพเร็จจากสารนี้42 ราย ตรวจสอบแล้วว่ามีสาเหตุจากพยาธิ 2 ราย ที่เหลือเป็นมะเร็งท่อน้ำดีที่ไม่เกี่ยวกับพาราควอต”
                      ดร.บุญญานาถ นาถวงษ์ ผู้อำนวยการผ่านรัฐกิจ บริษท มอนซานโต้ ไทยแลนด์จำกัด เปิดเผย ว่า ไกลโฟเสตย่อยสลายในดินได้ ไม่ตกค้างในสิ่งแวดล้อม ย่อยสลายโดยจุลินทรีย์ในดิน ตกค้างในดินเพียง 30-40 วัน ซึ่งไกลโพเสตและพาราควอตเปรียบเสมือนประจุลบกินเป้นบวก จะจับตัวกันแน่น ในขณะที่หากไหลลงสู่แหล่งน้ำจะจับตัวกับสารอินทรีย์ที่แขวนลอยในน้ำและมีการย่อยสลายไปในที่สุด แล้วแต่ปริมาณสาร หากมีมากอากใช้เวลาย่อยสลายเพิ่มขึ้น
                      นายสุวิททย์ ชัยเกียนติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมวิชาการเกษตรได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวไปแล้วทุกภาค จะต้องรวบรวมความคิดเห็นส่งให้คณะทำงานเผ้าระวังวัตถุอันตรายพิจารณาตามหลักวิชาการให้เสร้จภายในเือนกันยายนนี้ก่อนเสนอคณะกรรมการวัตถุอันตรายซึ่งมีปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธานพิจารณาต่อไป

 

ที่มา : www.industry.go.th