‘อุตตม’ ผนึกรัฐเอกชนดันใช้หุ่นยนต์ฯ จ่อจัดงานแฟร์ปี 61 ดันไทยเป็นฐานลงทุน

05Oct

‘อุตตม’ ผนึกรัฐเอกชนดันใช้หุ่นยนต์ฯ จ่อจัดงานแฟร์ปี 61 ดันไทยเป็นฐานลงทุน

                        “อุตตม” ลงนามร่วมสถาบันการศึกษาเอกชน2 ฉบับขับเคลื่อนอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบอัตโนมัติหวังสร้างการลงทุนเพื่อใช้นำร่องปีนี้ 1.2 หมื่นล้านบาท ปูพรมให้เกิดจาการลงทุนหนุนทำฮับผลิตหุ่นยนต์ฯ ในอาเซียนในปี 2569 เผยพร้อมจัดงาน Robotic Fair ปี 2561 ดึงผู้ผลิตผู้ใช้งานร่วมงานขับเคลื่อนลงทุน “ซีพี” ชี้อนาคตแรงงานไทยสู่สูงวัยหุ่นยนต์มีความจำเป็น
                        นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยหลังการลงนามร่วมกับรัฐและเอกชน 2 ฉบับเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ระบบอัตโนมัติว่า อุตฯดังกล่าวมีความจำเป็นที่จะตอบโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจไทยภายใต้ยุทธศาสตร์ไทยแลน์ 4.0 ซึ่งจำเป็นต้องร่วมมือกับรัฐและเอกชนโดยการสร้างเครือข่ายความร่วมมือศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติ Center of Robotic Excellence (CoRE) จะนำร่อง 8 หน่วยงานการศึกษาก่อนแต่ได้มอบให้จัดตั้งที่เป็นระดับสากลโดยการดึงสถาบนชั้นนำด้านนี้จากต่างประเทศเช่น จีน สหรัฐฯ ญี่ปุ่น ฯลฯ เข้ามาเพื่อที่จะต่อยอดในการลงทุนเพื่อผลิตซึ่งระยะยาว 10 ปีหรือปี 2569แผนพัฒนาฯ ได้วางไว้ว่าไทยจะเป็นผู้นำในการผลิตและการใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในอาเซียนโดยมีเทคโนโลยเป็นของตนเอง
                         นอกจากนี้ ความร่วมมือกับเอกชนจะผลักดันให้เกิดการกระตุ้นการใช้หุ่นยนต์ในประเทศในปีนี้อย่างน้อยให้เกิดดารลงทุนการใช้ก่อน 1.2 หมื่นล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพิ่มขึ้น 50% และระยะกลาง 5 ปี (ปี 2564) จะมีการยกระดับเทคโนโลยีเพื่อให้เกิดการลงทุนขยายตัว 2 แสนล้านบาทโดยมีการใช้หุ่นยนต์ในโรงงาน 50% เพื่อทดแทนการนำเข้า 30%
                         “เราต้องทำงานร่วมกันโดยเฉพาะสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อสร้าง System Integrator (SI) ผู้ทำหน้าที่ออกแบบ ติดตั้งระบบอัตโนมัติ ซึ่งจะพัฒนาเป็นผู้ผลิตหุ้นยน์และเครื่องจักรอัตโนมัติในอนาคต โดยในปัจจุบันประเทศไทยมี SI ประมาณ 200 ราย ให้เป็น 1,400 ราย ภายใน 5 ปี”นายอุตตมกล่าว
                          สำหรับ MOU 2 ฉบับ 1. การสร้างข่ายความร่วมมือศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีแะระบบอัตโนมัติ Center of Robotic Execellence (CoRE) กับ 8 สถาบันการศึกษา ได้แก่ สถาบันไทย-เยอรมัน สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ม.วิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้าพระนครเหนือ ม.มหิดล ม.ขอนแก่นและม.เชียงใหม่ 2.การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฯ ระหว่างสำนักงานเศรษฐกิจ
อุตสาหกรรม (สศอ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) สำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทสไทย (กนอ.) ศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในประเทศไทย (CoRE) สถาอุตสาหกรรม
แห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) บ.เอสซีที จำกัด (มหาชน) บ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) บมจ.ปตท บ.ดับเบิลเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) บ.โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด บ.สุพรีม โพรดักส์ จำกัด บ.เควี อีเลคทรอนิคส์ จำกัด และ บ.ยาวาต้า (ประเทศำทย) จำกัด
                         นายคนิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการอีอีซี กล่าวว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาที่จะจัดงาน robotic Fair ขึ้นในปี 2561 เพื่อที่จะรวบรวมผู้ผลิตต่างๆ มาไว้ร่วมกันเพื่อที่จะเป็นเวที สำหรับผู้ผลิตโดยเฉพาะคนไทยและผู้ใช้ที่จะนำไปสู่การต่อยอดของการลงทุนในอุตสาหกรรมดังกล่าวให้มากขึ้นส่วนด้านพื้นที่รองรับในอีอีซีหากมีการทุนก็กำลังพิจารณาอยู่โดยได้มอบหมายให้ กนอ. ไปศึกษารองรับ 2 รูปแบบ ได้แก่ 1. นิคมฯ ที่จะรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย 2. นิคมฯรายประเทศ
                        “เราก็กำลังดูว่านิคมฯ ไหนมีพื้นที่เหลือ เช่น ดับบลิวเอชเอ ก็สนใจจะรองรับอุตฯหุ่นยนต์ ก็อาจจะนำร่องที่เหลือเราก็กำลังดูเพราะอย่างจีนเองก็ต้องการพื้นที่เฉพาะการลงทุนที่มีแต่คนจีนเราก็คิดว่าน่าจะทำเป็นรายประเทศไปด้วย” นายคณิศกล่าว
                        นายอาชว์ เตาลานนท์ รองประธานกรรมการเครือเจริญโภค๓ัณฑ์และในฐานะประธานคลัสเตอร์หุ่นยนต์ กล่าวว่า นับเป็นการกำเนิดขึ้นของอุตฯ หุ่นยนต์ในไทยที่ได้มีการผลักดันกันมานานเนื่องจากไทยจะต้องก้าวสู่อุตฯ 4.0 จะมีอีอีซีในการขับเคลื่อนดังนั้นอุตสาหกรรมนี้มีความจำเป็นจะปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรม และภาคบริการในไทยเดิมทีเาพึ่งพาแรงงานแต่ต่อไปแรงงานของไทยจะลดลงและก้าวสู่สังคมสูงวัยอุตสาหกรรมนี้จะตอบโจทย์การพัฒนาได้และจะไม่ได้มาแย่งงานคนไทยแต่อย่างใด.

ที่มา : www.industry.go.th

ภาพจาก : www.nytimes.com