ห่วงแผนลงทุนรถยนต์ไฟฟ้าสะดุด

10Oct

ห่วงแผนลงทุนรถยนต์ไฟฟ้าสะดุด

                        นายกุลิศ สมบัติ อธีบดี กรมศุลกากร เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมเปิดเจรจากับจีนเพื่อขอทบทวนข้อตกลงการค้า (เอฟทีเอ) ระหว่างไทย-จีนในเรื่องของการปรับอัตราภาษี 0%สำหรับสินค้านำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า(อีวี) ซึ่งเป็น 1 ใน 703 รายการมีอัตราภาษีนำเข้า 0% เริ่มตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม 2561 เป็นต้นไปทั้งนี้ เห็นว่าจะส่งผลกระทบทั้งในแง่การจัดเก็บภาษีและการดึงนักลงทุนเข้ามาผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ
                       “ข้อตกลงเอฟทีเอไทย-จีนเกิดขึ้นระหว่างเจรจาราวปี2546-2547ซึ่งขณะ
นั้นไทยยังไม่มีการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า และปัจจุบันรัฐบาลมีแผนจะส่่งเสริมให้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศในสัปดาห์หน้า นายกอบศักดภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ จะเป็นประธานประชุมหาทางแก้ไขร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมศุลกากรกระทรวงพาณิชย์ และ กระทรวง
อุตสาหกรรม” นายกุลิศกล่าวและว่า หากการเจรจาไม่เป็นผลอัตราภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนจะอยู่ในระดับ 0% ทันทีนายกุลิศกล่าวว่า กรมกำลังปนะเมินผลกระทบของการปรับลดภาษีดังกล่าวต่อการจัดเก็บรายได้ของกรมว่าจะมีจำนนวนเท่าใด ขณะเดียวกันได้เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บโดยนำระบบไอทีเข้ามาช่วยเพื่อลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ โดยปีงบประมาณ 2561 ถือเป็นอีกปีที่น่าจะมีหลายปัจจัยเข้ามากระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของกรม ทั้งเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายฉบับใหม่ของกรมสพรรพสามิตที่ใช้ฐานราตาขายปลีกของสินค้านำเข้าต่างๆ มายัง
กรมศุลกากรประเมินอัตราภาษีนำเข้า คาดว่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 2-3 เดือน กว่าระบบจะเรียบร้อย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ในช่วงเวลาดังกล่าว
                      “ในปีงบประมาณ 2561 ได้ตั้งเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ 1.1 แสนล้านบาท  ซึ่งจะพยายามเร่งรัดการจัดเก็บให้มีประสิทธิภาพและปิดทุกช่องโหว่ โดยจะประชุมติดตามผลการจัดเก็บทุกๆ 2 สัปดาห์ ส่วนผลการจัดเก็บรายได้ปีงบประมาณ 2560 นั้น กรมสามารถทำได้ตามเป้าหมายที่ 1.04 แสนล้านบาท” นายกุสิศกล่าว

 

ที่มา : www.industry.go.th

ภาพจาก : www.thairath.co.th