ยกระดับนิคมฯ ทั่วประเทศสู่เมืองอุตฯเชิงนิเวศยุด 4.0

11Oct

ยกระดับนิคมฯ ทั่วประเทศสู่เมืองอุตฯเชิงนิเวศยุด 4.0

                        การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) ร่วมกับ สถาบันสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรมสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จัดสัมนาวิชาการประจำปี 2560 “อีโค อินโนเวชั่น ฟอรั่ม 2017” ECO Inovation Forum ภายใต้แนวคิดเมืิองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศในยุค 4.0 โดยการจัดงานในปีนี้เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศในบริบทที่ประเทศไทยได้ปรับตัวเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 สร้างความตระหนัก เพิ่มความรุ้ แลกเปลี่ยนประสบการ์ณต่อทิศทางการขับเคลื่อน ภาคอุตสาหกรรมสู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอย่างรอบด้านตลอดจนสื่อสารให้สังคมรับรู้ถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐและเอกชนในการร่วมกันพัฒนาประเทศให้มีความสมดุล ทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
                        วีรพงศ์ ไวยเพิ่ม ผู้ว่าการ กนอ. เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา กนอ. ได้ดำเนินการสอดรับกับนโยบายรัฐบาลในการพัฒนาเศรษกิจอุตสาหกรรมของประเทศเพื่อรองรับการขยายตัวการลงทุน ทั้งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และอุตสาหกรรมเป้าหมาย รวมทั้งให้ความสำคัญกับการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และวิสาหกิจชุมชนควบคู่ด้วยเพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานราก หรือ LocalEconomy ให้ประเทศมีเศรษฐกิจที่สมดุลนำไปสู่เป้าหมายไทยแลนด์ 4.0 ที่รัฐบาลต้องการให้ไทยหลุดพ้นจากการมีรายได้ปลายกลางในระยะยาวโดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการและใส่ใจสิ่งแวดล้อม สังคม และคุณภาพชีวิตของชุมชน ตามแนวทางการพัฒนาสู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศตั้งแต่ระดับโรงงานจนถึงนิคมฯ สร้างความเชื่อมั่นและแสดงศักยภาพในการพัฒนานิคมอุคสาหกรรม ภายใต้แนวคิด “เป็นองค์กรนำสร้างเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศสู่เศรษฐกิจอนาคต” ที่เน้นเรื่องของการพัฒนาที่มีดุลยภาพและยั่งยืน ทุกภาคส่วนได้รับการดูแลและได้รับประโยชน์จากการพัฒนาร่วมกันอย่างยั่งยืน
                        สำหรับงานสัมนาวิชาการในครั้งนี้ได้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-29 กย. 60โดยมีพิธีมอบโล่เกียรติยศและประกาศนียบัตรเกียรติคุณให้กับนิคมฯ ที่ได้ดำเนินการตามเกณฑ์มาตราฐาน 5 มิติ 22 ด้าน ทั้งมิติกายภาพมิติเศรษฐกิจ มิติสิ่งแวดล้อม มิติสังคม และมิติการบริหารจัดการที่เป็นเลิศ หรือระดับ Excellence ได้แก่ นิคมฯ อาร์ไอแอล และระดับ Eco Champion จำนวน 21 แห่ง แระกอบด้วย นิคมกำเนินการ ดดย กนอ. จำนวน 11 แห่ง ได้แก่นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังนิคมอุตสาหกรรมบางปู นิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบังนิคมอุตสาหกรรมบางปู นิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร นิคมอุตสาหกรรม แหลมฉบัง นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด นิคมร่วมดำเนินงาน จำนวน10 แห่ง ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมบางพลีนิคมอุตสาหกรรมพิจิตร และท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด นิคมร่วมดำเนินงาน จำนวน10 แห่ง ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร
นิคมอุตสาหกรรมอิสเทิร์นซีบอร์ด นิคมอุตสาหกรรมสินสาคร นิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน นิคมอุตสาหกรรมหนองแค นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซิตี้ นิคมอุตสาหกรรปิ่นทอง นิคมอุตสาหกรรมมอมตะซิติ้ นิคมอุตสาหกรรมเอเชีย
                         นอกจากนั้นยังได้มอบโล่เกียรติยศและประกาศนียบัตรเกีตรติคุณให้กับโรงงานที่ได้รับรอง Eco Factory  จำนวน 17 แห่ง ที่อยู่ในพื้นที่ 11 นิคมฯ ได้แก่ บจก. มิตซูบิชิอิเล็กทริค ออโต (นิคมฯบางซัน) บจก.เวเบอร์มาร์คกิ้ง ซิสเต็มส์ (ประเทสไทย)(นิคมสมุทรสาคร) บมจ.ไทย-เยอรมัน เวรามิค อินดัสทรี่(นิคมหนองแค) บจก.ควอลิตี้คอนสตรัคชั่นโปรดักส์ (นิคมบางปะอิน) บจก.แคนนอน ไฮ-เทค (ประเทศไทย) (นิคมฯ บบ้านหว้า) บจก.อินเว (ประเทศไทย)(นิคมฯ พิจิตร) บจก.สยามคอมเพรสเซอร์ อุตสาหกรรม (นิคมฯ แหลมฉบัง) บจก.ซีพีแรม (โรงงานชลบุรี) (นิคมฯปิ่นทอง) บจก.คาโอ อินดดัสเตรียล(ประเทศไทย)(นิคมฯอมตะนคร) บจก.เนสท์เล่(ไทย)(นิคมฯอมตะซิตี้) บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์(ประเทศไทย)และ บจก.กลุ่มสยามบรรจุภัณฑ์(นิคมบางปู) บจก.กรุงเทพ ซินธิติกส์ (นิคมฯมาบตาพุด) บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ซินเนอร์ยี่โรงงานที่1. บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ โรงงานที่ 2. บจก.โรห์ม แอนด์ ฮาสส์เคมิคอล (ประเทศไทย) บจก.คาร์ไบด์ เดมิคอล(ประเทศไทย)(นิคมเหมราชตะวันออก)
                         นอกจากนี้ยังมีโรงงานในนิคมฯ ที่ผ่านการตรวจประเมิน Eco-factory และอยู่ในระหว่างขอรับรองรับรองภายใน ปีนี้ 4 แห่งได้แก่ บจก.โตโยต้า มอเตอร์ ประเทสไทย(นิคมฯเกตเวย์ซิตี้) บจก.แอลอีดีไล้ท์ติ้ง(นิคมฯลาดกระบัง) บจก.เอนไก ไทย (นิคมฯบางพลี)และ บจก.สยามอุตสาหกรรมยิปซั่ม (สงขลา)(นิคมฯภาคใต้) และพร้อมด้วยมีการปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ยุทธศาสตร์กระทรวงอุตสาหกรรมกับการพัฒนาบ้านเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศในยุค 4.0 ตามแนวทางประชารัฐ”โดยได้รับเกีตรติจากท่านปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ดร.สมชาย หาญหิรัญ เป็นผู้กล่าวปาฐกถา ขณะที่ในช่วงบ่ายยังมีกิจกรรมการเสวนาเรื่อง "เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ4.0 ทำได้ไม่ไกลเกินจริง” และมีการสัมมนา เรื่อง“กฎหมายสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรมไทยสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมยั่งยืน”
                         ทั้งนี้จากการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมทีมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ หรือ EcoIndustrial Town กลายมาเป็นยุทธศาสตร์สำคัญระดับประเทศที่รัฐบาลพยายามผลักดนในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของแต่ล่ะพื้นที่ ให้เจริญเติบโตไปพร้อมกับความเจริญของชุมชนแลยังคงรักษาสมดุลสิ่งแวดล้อมที่ดีให้ชุมชนและยังคงรักษาสมดุลสิ่งแวลล้อมที่ดีให้ชุมชนและโรงงานอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน “แนวคิดการพัฒนานี้จะเป็นไปได้ต้องอาศัยความร่วมมือกันจองผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ทั้งหน่วยงานราชการท้องถิ่น ผู้ประกอบการเอกชน ชุมชนคนในพื้นที่เอง รวมถึงภาคการศึกษาร่วมมือกันจัดทำแผนพัฒนาและลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง ซึ่งการพัฒนาที่ผ่านมาในพื้นที่อุตสาหกรรมเดิมเช่น จังหวัดระยอง ถือว่ามีผลลัพธ์ ที่ดีมากเพราะทุกภาคส่วนทั้งรัฐ เอกชน สมาคม และชุมชนร่วมกันขับเคลื่อน ตามเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ เพื่อมุ่งสู่การสร้างสมดุลทางด้านเศรษฐกิจสังคม และสิ่งแวดล้อม”

 

ที่มา : www.industry.go.th

ภาพจาก : www.scgchemicals.com