EEC CO-WORKING SPACE

19Dec

EEC CO-WORKING SPACE

                        ปัจจุบัน ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโต ด้วยจำนวนกว่า  2..78 ล้านราย หรือคิดเป็น80.4% ของการจ้างงานทั้งหมด สามารถสร้างม­ูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้มากกว่า 4.2 ล้านล้านบาท ด้วยเหตุนี้ การยกระดับความสามารถและเอื้ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจใก้กับผู้ประกอบการพันธ์ุเล็กเหล่านี้ จึงเป็นหัวใจสำคัญที่ภาครัฐให้ความสำคัญมาโดยตลอดทุกยุคทุกสมัยเพื่อให้พวกเขาอยู่รอดและเติบโตต่อไปได้
                        EEC CO-WORKING SPACE ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อเร็วๆนี้ ในนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จ.ชลบุรี เป็นตัวอย่างล่าสุดของความพยายามดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างสำนัดงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจ พิเศษภาคตะวันออก(สกรศ.) และการนิคมอุตสาหกรรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ซึ่งมุ่งหวังที่จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งแก่ผู้ประกอบการธุรกิจสตาร์ทอัพและเอสเอ็มอี รองรับการลงทุนของ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายในโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economiccorridor) แผนยุทธศาสตร์สำคัญภายใต้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ทัศนีย์ เกียรติภัทร์ รองเลขาธิการ สกรศ. กล่าวว่า โครงการ EECCO-WORKING SPACE นี้เกิดขึ้นเพื่อสนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพโดยเฉพาะ นอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการแล้ว ยังเป็นการสร้างคอมมูนิตี้เปิดโอกาสคนกลุ่มนี้ได้เข้ามาแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการ์ณระหว่างกัน โดยมีการพัฒนาโกลบอลดิจิทัลแพลตฟอร์มที่ชื่อว่า “KLONN” (กลอน) ขึ้นมาเป็ฯพิเศษเพื่อให้ผู้ที่ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมหรือลงทุนกับโครงการ EEC จากทั่วทุกมุมโลกให้สามารถเชื่อมโยงถึงกันได้จริง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อเจ้าของเทคโนโลยีและผู้ที่ต้องการใช้เทคโนโลยีนั้นๆในพื้นที่EECและหากเจ้าของโครงการนำรองงนี้ประสบความสำเร็จมีแผนจะต่อยอดโครงการนี้ไปยัง จ.ระยองและฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นอีก 2 จังหวัดของพื้นที่โครงการ EEC อีกด้วย วีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการ กนอ. เสริมว่า โครงการนี้เป็ฯแนวคิดที่ได้รับมอบหมายจาก อุตตม สาวนายยน รมว.อุตสาหกรรม เนื่องจากขณะนี้รัฐบาลให้ความสำคัญต่อการพัฒนาผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) รวมถึงสตาร์ทอัพ (Startup) ที่จะเน้นการยกระดับให้เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจภูมิภาคและอุตสาหกรรมเป้าหมาย เนื่องจากกิจการเหล่านี้จะมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากเพื่อขับเคลื่อนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่มุ่งให้ไทยหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางในอนาคต
                        EEC CO-WORKING SPACE ตั้งอยู่ภายในโครงการไอเพลสพาร์ค แหลมฉบัง (iPLACE PARK Laem Chabang) บนพื้นที่ของนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จ.ชลบุรี พร้อมให้บริการแล้วด้วยในพื้นที่ใช้สอยร่วม 250 ตารางเมตร โดยให้เช่าพื้นที่แบบรายชั่วโมง รายวันรายสัปดาห์ รายเดือน รายปี เดินทางสะดวกอยู่ห่างจากทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (กรุงเทพฯ-พัทยา) เพียง 1 กิโลเมตร และยังเชื่อมโยงกับเส้นทางคมนาคมหลักหลายสาย ไม่ว่าจะเป็นสถานีรถไฟฟ้าแหลมฉบังสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินอู่ตะเภา และท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง
                       ติอต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.iplace.global หรือโทร.09-5828-2288

 ที่มา : www.industry.go.th