รื้อภาษีไฮบริด-อีโคคาร์ลดเหลื่อมล้ำ

09Jan

รื้อภาษีไฮบริด-อีโคคาร์ลดเหลื่อมล้ำ

                       สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม อยู่ระหว่างทบทวนยุทธศาสาตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต เน้นสนับสนุนรถยนต์ไฮบริด ปลั๊กอินไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทยของรัฐบาล เนื่องจากพบว่ายุทธศาสตร์ที่จัดทำยังมีความเหลื่อมล้ำทางภาษีระหว่างรถยนต์ไฮบริคกับรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตารฐานสากล (อีโคคาร์) เพราะรถยนต์ไฮบริคบางกลุ่มมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงกว่า 100 กรัมต่อกิโลเมตร เนื่องจากเครื่องยนต์ขนาดใหญ่และเสียภาษี 10-15% ซึ่งน้อยกว่ารถยนต์อีโคคาร์ซึ่งเสียภาษี 12-17%  ทั้งที่รถอีโคคาร์มีปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่า 100 กรัมต่อกิโลเมตร ซึ่งอีโคคาร์มีขนาดเครื่องยนต์เล็ก ทั้งนี้ เป้าหมายคือ รถยนต์ที่ผลิตออกมาต้องปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณน้อยที่สุด หรือไม่ปล่อยเลย ประเด็นนี้ต้องสำคัญกว่าตัวเทคโนโลยีที่นำมาใช้ การปรับโครงภาษีครั้งนี้จึงจำเป็น เพื่อกระตุ้นให้ค่ายรถยนต์ประสิทธิภาพสูง อาทิ รถยนต์ไฮบริดที่ผสมผสานกับเทคโนโลยีอีโคคาร์ที่ปอยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์เพียง 60-70 กรัมต้อกิโลเมตร และไม่จำกัดขนาดเครื่องยนต์โดยแผนที่ผ่านการทบทวนน่าจะเข้าเสนอ ครม. ได้เดือนมีนาคมนี้

                      นายศิริรุจ จุลกะรัตน์ ผู้อำนวยการ สศอ.กล่าวว่า สศอ.อยู่ระหว่างทบทวนยุทธศาสาร์การพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคตโดยกำลังหารือร่วมกับสำนักงบประมาณกระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดทำแผนการใช้รถยนต์ไฟฟ้านำร่องในภาครัฐ เพื่อให้เกิดความต้องการใช้ก่อนกระตุ้นให้ค่ายรถยนต์นำเข้าและผลิตป้อนตลาด จากการหารือกับกระทรวงพลังงานพบว่าปัจจุบันกระทรวงพลังงานมีแผนการตุั้งสถานีชาร์จรถไฟฟ้าและอยู่ระหว่างเดินหน้าแล้ว 100 แห่ง แต่ยังไม่เพียงพอและไม่สอดคล้องกับพื้นที่ที่ต้องการใช้รถยนต์ไฟฟ้า ดังนั้น ภาครัฐกำลังพิจารณาข้้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อใช้ในราชการควรระบุให้ติดตั้งสถานีชาร์จภายในหน่วยงานด้วยหรือไม่ หรือควรให้กระทรวงพลังงานจัดทำงบประมาณเพื่อติดตั้งสถานีชาร์จภายในหน่วยงานราชการแทน ซึ่งสำนักงานงบประมาณอยู่ระหว่างส่งหนังสือสอบถามหน่วยงานราชกาลทั่วประเทศว่ามีความต้องการใช้รถยนต์ไฟฟ้ากี่คัน ก่อนทำแผนสรุปและจัดสรรงบประมาณ ส่วนยุทธศาสตร์การพัฒนาวิทยาการหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติก็มีความคืบหน้าแล้ว

ที่มา : www.oie.go.th