ตบเท้าชิงรถไฟความเร็วสูง

15Jan

ตบเท้าชิงรถไฟความเร็วสูง

                        นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์รักษาการแทนผู้ว่าราชกาลรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้พูดถึงความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม3ท่าอากาศยาน ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการเร่งด่วนหารพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรืออีอีซี ขณะนี้ทางร.ฟ.ท.ได้ดำเนินการจัดทำรูปแบบการลงทุนที่เหมาะสมสำหรับโครงการดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว โดยจะเป็นรูปแบบการลงทุนที่เหมาะสมสำหรบโครงการดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว โดยจะเป็นรูปแบบการร่วมทุนกับภาคเอกชน ( PPP TypelNet Cost ) ที่จะให้ภาคเอกชนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ระบบไฟฟ้าเครื่องกลรถไฟฟ้า ขบวนรถไฟฟ้า ค่าจ้างที่ปรึกษาและการดำเนินงานเดินรถไฟและซ่อมบำรุงตลอดระยะเวลาโครงการ และภาครัฐจะเป็นผู้ลงทุนค่าจัดกรรมสิทธื์ที่ดินจากงบประมาณของภาครัฐ เพื่อให้เอกชนรับผลตอบเทนทางการเงินที่จูงใจต่อการลงทุน และจะเป็นผู้เก็บรายได้จากค่าโดยสารและเป็นผู้รับความเสี่ยงในเรื่องรายได้
                        โดยผลการศึกษานี้ จะนำเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในสัปดาหืนี้เพื่อนำไปประมวลผล หรือพิจารณาในรายละเอียด และคาดว่าจะนำมาสรุปส่งให้คณะกรรมการบริหารแผนการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเสษภาคตะวันออก(กรศ.) ที่มีนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรรม เป็นประธานภายในเดือนมราคมนี้ เพื่ออนุมันติเห็นชอบ นำไปประกอบเงือนไขในทีโออาร์ที่คาดว่าจะสามารถประกาศได้ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้ เปิดให้บริการได้ในปี 2566 ส่วนความสนใจของนักลงทุนที่จะเข้าร่วมประมูลนั้นขณะนี้มีทั้งนัลทุนจากญี่ปุ่น จีน และบริษัทที่อยู่ในไทย ได้ให้ความสนใจกับโครงการดังกล่าวรวมถึงบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างต่างๆ ที่ได้มีการหารือกับกลุ่มทุนที่จะเข้าร่วมประมูลโครงการนี้ ซึ่งกรอบเงินลงทุนที่ปนะมาณการไว้จะอยู่ที่ประมาณ2.26 แสนล้านบาท แบ่งเป็นส่วนของรถไฟความเร็วสูงประมาณ5 หมื่นล้านบาท โดยผลการศึกษาใหม่ได้ตัดจำนวนสถานีจอดที่ระยองออก สิ้นสุดที่สนามบินอู่ตะเภาทำให้เหลือเพียง 9 สถาณีจาก 10 สถาณี
                         นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีีพี กรุ๊ป) กล่าวว่าทางกลุ่มซีพีจะเข้าไปลงทุนเพื่อสนันสนุนการพัฒนาพื้นที่อีอีซ๊ให้เกิดขึ้น เพราะมองว่าถ้าโครงการเกิดได้จะช่วยให้ภาวะเศรษฐกิจของประเทศขยายตัวค่อนข้างมาก และอาจจะดันพีดีจีไปถึงระดับ 7-8% ไม่ต่ำเหมืาอนที่เป็นอยุ่ในปัจจุบน ซึ่งอยากให้รัฐบาลผลักดันการพัฒนาอีอีซีให้สำเร็จ ตามยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 ถ้าเกิดได้ตามแผนจะทำให้ไทยมีเศรฐกิจที่ใหญ่กว่าสิงคโปร์
                         นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญากรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด(มหาชน)ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสในปัจจุบันกล่าวว่า บีทีเอสสนใจลงทุนรถไฟฟ้าความเร็วสูงทุกเส้นทาง แต่ขอดูรายละเอียดโครงการว่าน่าจะมีเงื่อนไขเอื้อต่อการลงทุนอย่างไรบ้าง ดังนั้นจึงต้องการให้รัฐบาลเร่งแสดงความชัดเจนด้านรายละเอียดโครงการเพื่อเอกชนจะได้เขข้าไปศึกษาข้อมูล “โครงการนี้ลงทุนสูงมากจึงต้องการให้ภาครัฐเปิดให้เอกชนได้ศึกษารายละเอียดอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ แต่ยัืนยันว่าบีทีเอสมีความพร้อม”

 

ที่มา : www.industry.go.th