เร่งยกเครื่องชุด กม.ดิจิทัล ย้ำดันไทย ‘ฮับสตาร์ตอัพ’

16Jan

เร่งยกเครื่องชุด กม.ดิจิทัล ย้ำดันไทย ‘ฮับสตาร์ตอัพ’

                      “สมคิด” เร่งยกเครื่อง กม.ดิจิทัลตั้งเป้า 1 ปีดันเข้า สนช. ปั้้นไทยขึ้นฮับสตาร์ตอัพ กำชับ “พาณิชย์-ดีอีอุตสาหกรรม-วิทย์ฯ” สร้างบิ๊กดาต้าอีคอมเมิร์ซ หนุน SMEs โกดิจิทัลต่อยอดเน็ตประชารัฐ ฝากทบทวนกม.ข้อมูลส่วนบุคคล-ไซเบอร์ซีเคียวริตี้อีกรอบ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในการปาฐกถาพิเศษ “พลิกโฉมเศรษฐกิจไทยสู่ยุคดิจิทัล” ว่าเทคโนโลยีทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค เกิดสินค้าใหม่ โมเดลธุรกิจใหม่จำเป็นที่ทุกฝ่ายต้องปรับตัวถ้าประเทศไทยไม่เร่งพัฒนาจะตกขบวนและไม่มีพื้นที่ยืนในเวทีเศรษฐกิจโลกอีก 5ปีข้างหน้า
                      “ปีนี้เป็นปีที่พลิกผันที่สำคัญ ถ้าเราทำได้ดี จะฝักรากไว้ให้รัฐบาลใหม่ ถ้าคิดแต่แบบเดิมว่า ไทบต้องปลูกข้าวมากที่สุด เราจะไม่มีจุดไหนให้ยืน ดิจิทัลเป็นสิ่งที่ไม่เข้าไปยุ่งไม่พัฒนาไม่ได้แล้วกลุ่มที่พัฒนาได้เร็วจะไปได้ไกล แต่คนที่ช้าจะถูกทิ้งห่างไปเรื่อยๆ อย่าประมาท
ว่า GDP ไทยดีแล้ว เพราะเทคโนโลยีนวัตกรรม ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงยุคหน้าผู้ประกอบการรายใหญ่ได้ง่าย SMEs ฆ่าราบใหญ่ได้ด้วยนวัตกรรมสิบปีที่แล้วดิจิทัลอีโคโนมีในจีนไม่ถึง1% ของ GDP แต่หลังจากพัฒนาจริงจัง แค่ 3 บริษัท ไป่ตู้ อาลีบาบาเท็นเซ็นต์ เป็นยักษ์ใหญ่ที่ซัพพอร์ตโดยรัฐบาลกลายเป็นธุรกิจครบวงจรมีสัดส่วน 30-40% ของ GDP แต่ถ้ามองไปถึงการเเชื่อมถึงกับธุรกิจอื่นๆ ก็จะปาไปถึง 60 % เป็นรายใหญ่ของโลก”
                       แต่ที่กังวนคิอ ปัญหาและอุปสรรคด้านกฏหมาย รัฐบาลจึงคตั้งทีมานเพื่อทบทวนประยกร่างกฏหมายใหม่เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางการพัฒนาสตาร์ตอัพในภูมิภาค ดึงผู้เชี่ยวชาญด้านกฏหมายและเทคโนโลยีมาทำงาน ให้เกิดการมองภาพรวมเชื่อมโยงกันตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการลงทุนและระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯจะให้เสร็จภายใน 1 ปี ส่วนการทำงานที่เชื่อมโยงกันระหว่างภาครัฐและเอกชนจะมีส่วนสำคัญ โดยภาครัฐต้องเร่งสร้างบิ๊กดาต้าภาครัฐเพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลที่จะนำไปใช้ประโยชน์ได้สูงสุด ปีนี้ต้องมี 20 กระทรวงต้นแบบ ขณะที่กระทรวงดจิทัลเพื่อเศรฐกิจและสังคม (อีดี) กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวิทยศาสตร์และเทคโนโลยี ต้องมีส่วนร่วมทรานฟอร์มประเทศ
                      “เน็ตหมู่บ้านต้องติดตั้งให้ครบต้องลากสายไฟเบอร์ไปสู่โรงเรียนรัฐ ดีอีต้องรับผิดชอบ และใช้ดิจิทัลพาร์กพัฒนา นวัตกรรม IOT ที่เชื่อมทุกอย่างให้เข้ากันทั้งคนและอุปกรณ์ องค์กรกับองค์กรโดยอาศัยโครงสร้างพื้นฐานที่รัฐทำไว้”  ส่วนกระทรวงพาณิชย์ต้องโฟกัสด้าน อีคิอมเมิร์ซ สร้างแพลตฟอร์ม โดยให้ทีโอที และ แคท เข้ามาช่วย และสานต่อโครงการธงฟ้าประชารัฐ ให้โชห่วยเข้าถึงเทคโนโลยี มีระบบ POS (Pointof Sale) ใช้ เพิ่มปริมาณการค้าขายภายในประเทศ เกื้อกูครอบครัวและ เศรษฐกิจตั้งแต่ฐากรากด้านกระทรวงอุตสาหกรรม ภารกิจสำคัญคือ ทรานส์ฟอรืม SMEs สู้ดิจิทัลให้ได้ ต้องซัพพอตเคร่ืองมือ เทคโนโลยีและการเตรียมการบุลคลากร โดยมีดีอีและกระทรวงวิทน์ฯเข้ามาช่วยนายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รับมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (อีดี) ได้รับมอบหมายให้เร่งดำเนินการยกร่างกฏหมายเกี่ยวกับดิจิทัล มี 2ฉบับคือ ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (ไซเบอร์ซีเคียวริตี้)
                       โดย พ.ร.บ. ข้อมูลส่วนบุลคล ได้นร่างฉบับล่าสุดมาทบทวนใหม่ เนื่องจากสถานการ์ณเปลี่ยนไปจากตอนที่ยกร่างเช่นเดียวกับร่าง พ.ร.บ. ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ขณะนี้มีคณะกรรมการไซเบอรซีเคียวรีตี้ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เป็นผู้ขับเคลื่อนจะประชุมครั้งแรกใน ก.พ.นี้ “ไตรมาส 1 ร่าง พ.ร.บ.ไซเบอร์ซีเคียวริตี้จะเข้าสู้การพิจารณาของ ครม.ส่วนร่าง พ.ร.บ.ข้อมูลฯ จะตามไป การยกเครื่องชุด กม. ที่เกียวข้องกับเศรษฐกิจดิจิทัลมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ดูแล มีอีดี สนับสนุน จะมีการตั้งไซเบอร์ซีเคียวริตี้เอเยนซี่ปีนี้ ซึ่งจะมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยดุแและสร้างระบบป้องกัน โฟกัส 6 กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานของประเทส อาทิ ระบบน้ำ ไฟ สาธารณูปโภคต่างๆ จะเข้าที่ประชุมคณะกรรมการไซเบอรื ก.พ.นี้”

 

-ที่มา : www.oie.go.th