“โรงกลั่น” ยื้อลงทุนน้ำมันยูโร 5 ขอ8ปี ปรับสเป็ก-จี้รัฐทบทวนความคุ้มค่า

23Jan

“โรงกลั่น” ยื้อลงทุนน้ำมันยูโร 5 ขอ8ปี ปรับสเป็ก-จี้รัฐทบทวนความคุ้มค่า

                       กรมควบคุมมลพิษเรียกโรงกลั่น-ค่ายรถยนต์ถก มี.ค.นี้ ก่อนประกาศมาตรฐานน้ำมันยูโร 5 ปี กลุ่มโรงกลั่นขอเพิ่มเวลาเตรียมพร้อม 8 ปี เพราะหลายรายอยู่ระหว่างลงทุนปรับปรุงกระบวนการผลิต จี้รัฐตอบคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ ลงทุนเกือบแสนล้านจะคุ้มค่าหรือไม่แหล่งข่าวจากกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผย  ถึงความคืบหน้าในการเตรียมประกาศมาตรฐานน้ำมันยูโร 5 ว่า ภายในเดือนมีนาคมนี้จะมีการเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดคือ กระทรวงพลังงาน กลุ่มโรงกลั่นน้ำมัน และกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ เพื่อหารือในรายละเอียดที่ยังไม่ได้ข้อสรุปโดยเฉพาะอย่างยิ่งการกำหนดกรอบระยะเวลาเพื่อให้โรงกลั่นน้ำมันได้เตรียมลงทุนปรับปรุงโรงกลั่นให้ได้ตามมาตรฐานดังกล่าว จากเดิมที่มีการสรุปในเบื้องต้นคือ หลังจากประกาศอย่างเป็นทางการในปี 2561 แล้ว ทุกโรงกลั่นจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 5 ปี หรือภายในปี 2565 ในขณะที่มีบางโรงกลั่นได้ชี้แจงว่าต้องการเวลาในการเตรีย ความพร้อมเพื่อปรับปรุงประมาณ 7-8 ปี คือ จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2568 เนื่องจากก่อนหน้านี้ประมาณ 1-2 ปี ได้ลงทุนปรับปรุงระบบการกลั่นให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงต้องการให้คืนทุนเสียก่อน เพราะเมื่อประเมินการลงทุนเพื่อปรับปรุงมาตรฐานน้ำมันยูโร 5 แต่ละโรงต้องใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 14,000 ล้านบาท เมื่อรวมการลงทุนของทั้ง 6 โรงกลั่นคาดว่าจะใช้เงินลงทุนถึง 84,000 ล้านบาท รวมถึงบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ก็จะต้องปรับกระบวนการผลิตรถยนต์ด้วยเช่นกันในส่วนที่มีการให้ข้อมูลว่าการปรับปรุงโรงกลั่นเพื่อให้ได้มาตรฐานยูโร 5 จะกระทบต่อราคาน้ำมันขายปลีกเฉลี่ยที่ 30-40 สตางค์/ลิตรนั้น กรมควบคุมมลพิษยืนยันว่าผลกระทบน้อยมาก และอาจจะไม่กระทบต่อราคาขายปลีกด้วยซ้ำ แต่ประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับถือว่าคุ้มค่ามาก เพราะน้ำมันมาตรฐานยูโร 5 จะช่วยลดปริมาณกำมะถันในน้ำมันเหลือเพียง 10 ppm (น้ำมันยูโร 4 มีค่ากำมะถันอยู่ที่ไม่เกิน 50 ppm) ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและลดภาวะโลกร้อนด้วย โดยคาดว่าหลังการประชุมที่จะเกิดขึ้นในเดือนมีนาคมนี้ กรมธุรกิจพลังงานจะดำเนินการประกาศใช้มาตรฐานน้ำมันดังกล่าวต่อไป“กรมควบคุมฯ ยืนยันที่จะประกาศใช้น้ำมันดังกล่าวให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ และบางโรงกลั่นน้ำมันก็ปรับการกลั่นให้ผลิตน้ำมันยูโร 5 ได้แล้ว จะมีแค่บางโรงเท่านั้น เดี๋ยวต้องหารือกันเป็นรายกรณี เพราะแต่ละรายก็มีความพร้อมไม่เท่ากัน เราให้เวลาเตรียมตัวอยู่แล้ว ซึ่งแต่ละโรงจะต้องรายงานต้นทุนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในการประชุมเร็ว ๆ นี้ เพราะไม่ต้องการให้กระทบต่อต้นทุนราคาน้ำมัน”

                     ผู้ประกอบการโรงกลั่นระบุว่า ในการหารือครั้งล่าสุดร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ มีหลายประเด็นที่ตั้งคำถามไปแล้วก็ยังไม่สามารถให้คำตอบได้คือ เหตุผลและความจำเป็นในการปรับปรุงมาตรฐานน้ำมันดังกล่าว ประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับคุ้มค่าลงทุนหรือไม่ โดยเฉพาะในประเด็นสุขภาพของประชาชนที่ระบุว่าจะลดความเสี่ยงโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจของประชาชนนั้น สามารถวัดผลออกมาเป็นตัวเลขได้ชัดเจนหรือไม่ ซึ่งยังไม่ได้รับการยืนยันจากกรมควบคุมมลพิษแต่อย่างใด นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด ระบุว่า บางจากปรับปรุงโรงกลั่นให้ได้มาตรฐานยูโร 5 เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามแต่ละโรงกลั่นยังต้องใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูง นอกจากนี้ต้องการให้ทั้งกระทรวงพลังงานและกรมควบคุมมลพิษสอบถามประชาชนด้วยว่าพร้อมที่จะรับภาระต้นทุนน้ำมันที่อาจจะมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นได้หรือไม่“ขณะนี้ยังไม่รู้ว่าสเป็กน้ำมันยูโร 5 ที่ภาครัฐจะประกาศเป็นอย่างไร ในประเด็นนี้ก็มีทั้งผลกระทบเชิงบวกและเชิงลบอยู่แล้ว ซึ่งกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันก็ได้ให้ข้อมูลต่าง ๆ ไปแล้วผ่านกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นปิโตรเลียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เข้าใจว่ามีการปรับปรุงบางประเด็นและจะมีการหารืออีกครั้งเร็ว ๆ นี้ เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน”

 

ที่มา : www.oie.go.th