จุฬาฯ-โตโยต้า Ha:mo บริการแล้ว “รถยนต์ไฟฟ้า”

25Jan

จุฬาฯ-โตโยต้า Ha:mo บริการแล้ว “รถยนต์ไฟฟ้า”

                        มิจิโนบุ ซึงาตะ เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย นินนาท ไชยธีรภิญโญ ประธานคณะกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทยจำกัด และ เคอิจิ ยามาโมโต เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่นจำกัด และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท คอนเน็คเต็ด จำกัด ร่วมกับ รศ.ดร.บุญไชย สถิตมั่นในธรรมรองอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วย ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ ธีระพงษ์ รอดประเสริฐ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงคมนาคม เปิดตัวการใช้รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กร่วมกันภายใต้โครงการ “CU TOYOTA Ha:mo” ที่อาคารมหิตลาธิเบศร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในวันที่ 19 ธันวาคม 2560 โตโยต้ามีความมุ่งมั่นที่จะสร้างประโยชน์เพื่อสังคมไทยนับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัท และเรานำความก้าวหน้าในด้านต่าง ๆ เข้ามาในประเทศ จนกลาย เป็นผู้นำด้านการพัฒนานวัตกรรมและประสบความสำเร็จในการผลิตยานพาหนะที่ใช้ไฟฟ้าสำหรับผู้คน โตโยต้ามองเห็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ในการพัฒนาระบบส่งกำลังรถยนต์ทางเลือก รถยนต์ไร้คนขับ ตลอดจนแนวคิดเกี่ยวกับระบบการเดินทางที่รวบรวมเอาบริการทุกอย่างในด้านการขนส่งมาไว้ในโลกดิจิทัล (mobility-as-a-service) รวมถึงวิทยาการหุ่นยนต์เพราะสิ่งเหล่านี้จะนำมาซึ่งนวัตกรรมอันก้าวหน้าเพื่อการคมนาคมของประชาชน ซึ่งเราเชื่อว่าไม่จำกัดอยู่เพียงแค่รถยนต์เท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงการเอาชนะอุปสรรคความท้าทายต่าง ๆ เพื่อสร้างความฝันให้กลายเป็นความจริง ที่ผ่านมาในประวัติศาสตร์ของโตโยต้า เราสามารถเอาชนะขีดจำกัดต่าง ๆ ด้วยการพัฒนานวัตกรรม และด้วยความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะประสบความสำเร็จให้ได้ ที่สำคัญเรายังมุ่งมั่นที่จะท้าทายตัวเองในการทำเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้มาโดยตลอด แม้กระทั่งทุกวันนี้ที่อุตสาหกรรมยานยนต์อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ แต่โตโยต้าก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์รถยนต์ที่ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

                      เคอิจิ ยามาโมโต กล่าวว่า “ทุกวันนี้อุตสาหกรรมยานยนต์เผชิญกับความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา จากการเปลี่ยนแปลงด้านเครื่องยนต์และนวัตกรรมการขับขี่แบบไร้คนขับ ด้วยเหตุนี้เอง โตโยต้าจึงได้ประกาศแคมเปญ “Start Your Im-possible” เพื่อจุดประกายในความท้าทายให้เกิดการพัฒนาด้านการสัญจรเพื่อคุณและเพื่อคนทุกคน โดยเรามุ่งที่จะขับเคลื่อนสังคมและคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการผลิตรถยนต์และคิดค้นพัฒนาแนวทางต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาการคมนาคมสำหรับประชาชนและการขนส่งสินค้าต่าง ๆ ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ” ด้วยระบบการคมนาคมสำหรับยุคหน้าอย่าง Ha:mo โตโยต้ามุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหาในการเดินทางด้วยการเชื่อมต่อการคมนาคมโดยรถยนต์ส่วนบุคคลเข้ากับระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ เพื่อให้การเดินทางสัญจรเป็นไปอย่างราบรื่นและปราศจากอุปสรรคต่าง ๆ โตโยต้าเชื่อว่าทางหนึ่งที่จะช่วยแก้ไขปัญหาการคมนาคมได้คือ การให้บริการรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กพิเศษให้ผู้คนสามารถใช้ร่วมกันเพื่อเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ ได้อย่างอิสระ โดยสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด ด้วยเหตุนี้ ระบบการเดินทางแบบ Ha:mo จึงถือกำเนิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น (ในโตโยต้าซิตี โตเกียว โอกายามา และโอกินาวา) ประเทศฝรั่งเศส (ในเมืองเกรโนเบิล) และล่าสุด วันนี้ คือที่กรุงเทพฯ ซึ่งถือเป็นประเทศตลาดเกิดใหม่ที่แรกที่โตโยต้าได้นำเอานวัตกรรมนี้มาใช้

                     มิจิโนบุ ซึงาตะ กล่าวว่า “โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เดินหน้าเติบโตเคียงคู่สังคมไทยมาเป็นระยะเวลาอันยาวนานนับตั้งแต่ พ.ศ. 2505 ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่มีจำนวนรถยนต์เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด ดังนั้นจึงมีการคิดค้นนวัตกรรมรถ Ha:mo นี้เพื่อช่วยให้ผู้คนสามารถเดินทางสัญจรจากจุดเริ่มต้นไปยังจุดหมายปลายทางได้อย่างอิสระเสรีและสะดวกสบายยิ่งขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัด” เคอิจิ ยามาโมโต กล่าวว่า “Ha:mo หมายถึง เครือข่ายการสัญจรที่สอดประสานกัน (harmonious mobility network) เป็นอีกหนึ่งแนวทางเพื่อการแก้ไขปัญหาการคมนาคมที่โตโยต้าพัฒนาขึ้นมาเพื่อเชื่อมโยงและบูรณาการรูปแบบการคมนาคมส่วนบุคคลเข้ากับการขนส่งมวลชน เช่น รถไฟและเครือข่ายรถบัสโดยสาร ปัจจุบันประเทศไทยเผชิญกับปัญหาด้านการคมนาคมขนส่งหลายประการ ซึ่งส่งผลให้ผู้คนมากมายมีคุณภาพชีวิตลดลงดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาเพื่อแก้ไขเรื่องนี้อย่างจริงจัง ในวันนี้โตโยต้าจึงภูมิใจที่จะเชิญชวนให้ประชาชนมาใช้บริการ CU TOYOTA Ha:mo ซึ่งเป็นความตั้งใจของเราที่จะส่งเสริมให้สังคมพัฒนาอย่างยั่งยืน และผลักดันให้ผู้คนในประเทศหันมาเปลี่ยนวิถีชีวิตกัน”

 

ที่มา : www.oie.go.th