ตลาดไม้โตเร็วเปิดกว้าง ญี่ปุ่นเล็งไม้ยางป้อนไฟฟ้า

26Feb

ตลาดไม้โตเร็วเปิดกว้าง ญี่ปุ่นเล็งไม้ยางป้อนไฟฟ้า

                      ด้วยปัจจุบันอุตสาหกรรมเกี่ยวกับไม้ในระดับโลกมีมูลค่าประมาณ 3 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นเงินไทย3,200 ล้านบาท ในปี 2573 อีก 12 ปีข้างหน้า มูลค่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 100 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่ อุตสาหกรรมป่าไม้ของไทยมีส่วนร่วมในตลาดนี้ต่ำมากแค่ร้อยละ 0.01 เท่านั้นผศ.ดร.นิคม แหลมสัก คณบดีคณะวนศาสตร์ มหสิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เผยว่า หากเกษตรกรผู้ปลูกไม้โตเร็วในบ้านเรา สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมได้มากกว่านี้ จะช่วยสร้างนายได้ให้เข้าประเทผสไทยอย่างมหาศาล โดยเฉพาะเกษตรกรบ้านเราที่ปลูกไม้โตเ็วอย่างพารา ที่มีไม้ยางพาราจำนวนมากพร้อมขายได้อยู่แล้ว แต่ยังติดปัญหาเรื่องระบบการปลูกไม้ที่ขายได้ต้องผ่านการรับรองระบบการจัดการสวนป่าตามมาตารการจัดการอย่างยั่งยืน หรือ FSC (Forest Management Certification) จึงอยากให้ภาครัฐเข้ามาีส่วนร่วมช่วยเกษตรกรเรงรัดการทำระบบ FSC ทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้าน นายมซามิ นาคาคุโบะ ประธานบริษัท JC Service จำกัด ให้ข้อมูลว่า จากเหตุแผ่นดดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิครั้งร้ายแรงในประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี 2554 มีผลกระทบต่อโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ที่เมืองฟุกุชิมะทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นปรับเปลี่ยนมาใช้โรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลแทน มีแผนก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด 7 กิกะวัตต์ จึงมีความต้องการนำเข้าไม้จากประเทศไทยเป็นจำนวนมากปีที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการญี่ปุ่นแสดงความสนใจยื่นขออณุญาตก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลแล้วนับรวมกำลังผลลิตได้ 17 กิกะวัตต์ แต่มีปัญหาญี่ปุ่นผลิตไม้ทำเป็นเชื้อเพลิงอัดแท่ง ได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของโรงไฟฟ้า จึงให้ความสนใจไม้ยางพาราจากไทย สำหรับนำไปผลิตกระแสไฟฟ้าขนาด 1 กิกะวัตต์ ปีละ 10 ล้านต้นโดยใช้ต้นยางที่หมดอายุไม่สามารถให้น้ำยางได้มาแล้วมาเป็นวัตถุดิบ และหลังจากตัดไม้ยางพาราออกไปแล้วยังมีโครงการสนับสนุนให้ปลูกต้นอะคาเซีย (Acacia) ในสวนยางพาราแทน เพราะเป็นไม้โตเร็ว ปลูกแค่ 5 ปีสามารถตัดขายทำเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลได้

ที่มา : www.oie.go.th