เบนซ์ผลิตเอเอ็มจีเพิ่ม หลังบริษัทแม่เยอรมนีวางใจ ย้ำโรงงานแบตฯ ในไทยเริ่มมี.ค.นี้

02Mar

เบนซ์ผลิตเอเอ็มจีเพิ่ม หลังบริษัทแม่เยอรมนีวางใจ ย้ำโรงงานแบตฯ ในไทยเริ่มมี.ค.นี้

                        เบนซ์ฯ ไทย เตรียมประกอบเอเอ็มจีรุ่นอื่นเพิ่ม หลังบริษัทแม่วางใจผลิตนอกเยอรมนีครั้งแรก ย้ำเปิดโรงงานผลิตแบตเตอรี่ในไทยกลาง มี.ค.นี้ นายฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาการผลิตรถยนต์ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ในประเทศไทยรุ่นอื่นเพิ่มเติม ภายหลังการเปิดตัว เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ซี 43 รุ่นประกอบในประเทศไทย ที่เป็นครั้งแรกของโลกของการประกอบ เมอร์เซเดส- เอเอ็มจี นอกฐานการผลิตประเทศเยอรมนี ทั้งนี้ ทิศทางของบริษัทแม่มองเห็นโอกาสที่ใช้ไทยเป็นฐานการผลิต เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ซึ่งได้มีการศึกษาข้อ ได้เปรียบและเสียเปรียบทางการแข่งขัน รวมถึงศักยภาพของการผลิตในโรงประกอบรถยนต์ในประเทศไทย ซึ่งหลังจากนี้จะต้องดูทิศทางการตอบรับของผู้บริโภค "เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี มีจำนวนรุ่นในต่างประเทศจำนวนมาก ซึ่งการเปิดตัวและประกอบในประเทศสำหรับรุ่น ดังกล่าว บริษัทมีการพิจารณาถึงตลาดแล้วจึงตัดสินใจแนะนำสู่ตลาดและประกอบในประเทศโดยอยู่ระหว่างการศึกษาว่าจะผลิตอีกกี่รุ่นในประเทศไทย" นาย ชไตน์อัคเคอร์ กล่าว สำหรับ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ซี 43 มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 4.14 ล้านบาท ซึ่งลดลง 1.05 ล้านบาท เมื่อเทียบกับรุ่นนำเข้า โดยมีออปชั่นเดียวกัน เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมทั้งถือเป็นจุดเริ่มต้นในการทำการตลาดอย่างจริงจังสำหรับเมอร์เซเดส-เอเอ็มจีในประเทศไทย ซึ่งปีที่ผ่านมามียอดขาย เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี รวมอยู่ที่ 100 คัน นอกจากนั้น บริษัทได้ลงทุนด้านบริการหลังการขายสำหรับ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ด้วยการอบรมบุคลากรในการดูแลมาตรฐานสากล และการแต่งตั้งผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 11 แห่ง ในการจำหน่าย เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี และสร้างประสบการณ์ให้สัมผัสผลิตภัณฑ์มากขึ้น ด้านแบรนด์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ อีคิว (EQ - Electric Intelligence by MercedesBenz) บริษัทแม่มองประเทศไทยให้การตอบรับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าดี จึงมีความชัดเจนด้านลงทุนในการติดตั้งสถานีชาร์จกับพันธมิตรธุรกิจทั้งห้างสรรพสินค้า โรงแรม และอื่นๆ ตามทิศทางโลกที่เทคโนโลยีมุ่งไปยานยนต์ไฟฟ้า นายชไตน์อัคเคอร์ กล่าวว่า ปีที่ผ่านมารถยนต์กลุ่มปลั๊ก-อิน ไฮบริด ของบริษัทมีสัดส่วน 40% ของยอดขาย ซึ่งเมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสหรัฐ เยอรมนี และจีน มองว่าไทยมีความพร้อมก้าวไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า ขณะที่โรงงานผลิตแบตเตอรี่ในไทยของเมอร์เซเดส-เบนซ์ กลางเดือน มี.ค.นี้ จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เพื่อรองรับการเติบโตยอดขายกลุ่มปลั๊ก-อิน ไฮบริด และรถยนต์กลุ่มไฟฟ้าในอนาคต

ที่มา : www.oie.go.th