ปตท.ผนึก'บิ๊กแก๊ส'ลุยตลาดLNG 

09Mar

ปตท.ผนึก'บิ๊กแก๊ส'ลุยตลาดLNG 

                       นายวุฒิกร สติฐิต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ จัดหา และตลาดก๊าซธรรมชาติ บริษัท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายแอลเอ็นจี กับบริษัท บิ๊กแก๊ส เทคโนโลยี จำกัด เพื่อการนำไป จำหน่ายให้แก่โรงงานอุตสาหกรรมใช้เป็น เชื้อเพลิงในกระบวนการผลิต
                       นายนริศ เทิดธรรมพิบูล ผู้จัดการฝ่ายตลาดก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ฝ่ายตลาดก๊าซธรรมชาติ สายงานจัดหาและตลาดก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ประสบความสำเร็จในการจำหน่ายแอลเอ็นจี (LNG) ให้กับ บริษัท บิ๊กแก๊ส เทคโนโลยี จำกัด โดย บิ๊กแก๊ส จะจำหน่ายค้าปลีกแอลเอ็นจีให้กับโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศไทย โดยเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่นอกแนวท่อก๊าซธรรมชาติที่มีความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นอย่างยิ่ง ให้ได้ใช้ก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ แอลเอ็นจี ด้าน นายภาณุ ศีติสาร ประธานกรรมการบริษัท เพาเวอร์ โซลูชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ PSTC และบริษัท บิ๊กแก๊ส เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า บิ๊กแก๊ส ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ค้ากลุ่มแรกของ ปตท. เพื่อทำสัญญาซื้อขายก๊าซแอลเอ็นจีไปจำหน่ายให้กับลูกค้ากลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม เป็นระยะเวลาสัญญากว่า 10 ปี และสามารถต่อไปอีกคราวละ 10 ปี มั่นใจว่าจะได้รับ ความสนใจจากกลุ่มโรงงานที่มีอยู่ทั่วประเทศอย่างแน่นอน
                         โดยขณะนี้ บิ๊กแก๊ส เริ่มดำเนินการนำเสนอก๊าซธรรมชาติแอลเอ็นจีให้กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายแล้ว โดยใช้ทีมวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญเป็นผู้ดูแลลูกค้า และแนะนำถึงความคุ้มค่าในการประหยัดพลังงาน ซึ่งบริษัทถือว่ามีความพร้อมด้านเงินลงทุนและมีศักยภาพในด้านต่างๆ เพื่อการลงทุนระบบท่อส่งและอุปกรณ์จัดเก็บก๊าซให้กับกลุ่มลูกค้าที่เลือกใช้เชื้อเพลิงจากก๊าซแอลเอ็นจี "แอลเอ็นจี เป็นพลังงานใหม่ของประเทศเป็นเชื้อเพลิงที่สะอาดและเหมาะกับการนำมาใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งนี้ ในต่างประเทศมีการนำก๊าซแอลเอ็นจีเข้ามาใช้ในหลายอุตสาหกรรมเนื่องจากเป็นเชื้อเพลิงที่สะอาด และเผาไหม้ที่สมบูรณ์เพราะคาร์บอนไดออกไซด์ หรือก๊าซเรือนกระจกต่ำ ทำให้มีส่วนช่วยลดโลกร้อนจึงเหมาะกับโรงงานอุตสาหกรรมที่ให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญเป็นพลังงานที่ให้ค่าความร้อนสูงกว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่นและมีความคุ้มค่ากว่า จุดเด่นอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องความสะดวกในการขนส่งเพราะเป็นก๊าซที่ขนส่งได้ในปริมาณมาก" นายภาณุ กล่าว

ที่มา : www.oie.go.th