ผวาราคาปาล์มดิ่ง ไทยกังวลEUห้ามใช้ทำ 'ไบโอดีเซล'

16Mar

ผวาราคาปาล์มดิ่ง ไทยกังวลEUห้ามใช้ทำ 'ไบโอดีเซล'

                      กระทรวงพาณิชย์ ได้ส่งหนังสือมายังกรมธุรกิจพลังงาน เพื่อขอให้รวบรวม และวิเคราะห์ผลกระทบต่ออุตสาหกรรม เชื้อเพลิงชีวภาพที่ผลิตจากน้ำมันปาล์มจาก กรณีที่ สมาชิกรัฐสภาสหภาพยุโรป หรือ EU (อียู)ส่วนใหญ่โหวตเพื่อแก้ไขร่างกฎหมายพลังงานทดแทนเรียกร้องให้ลดสัดส่วน เชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuels)และเชื้อเพลิงเหลวที่ผลิตจากน้ำมันปาล์มให้เป็นศูนย์ในปี 2564 โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการรวบรวมและ วิเคราะห์อยู่คาดว่าจะสรุปได้ภายใน 1-2 เดือนนี้ "รัฐบาลมาเลเซีย และอินโดนีเซีย ได้ส่งหนังสือมายังประเทศไทย ในฐานะเป็นผู้ผลิต 1 ใน 3 ของโลก ขอให้คัดค้าน อียูในเรื่องดังกล่าว เพราะจะกระทบต่อราคาปาล์ม เนื่องจากตลาดอียูเป็นตลาดส่งออกอันดับต้นๆ ของอินโดนีเซีย และมาเลเซีย ก็คงจะต้องมาพิจารณาถึงผลกระทบ เพราะในส่วนของไทยเองก็มีนโยบายการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มโดยนำเอา ไบโอดีเซลผสมกับดีเซล 7% เป็นบี 7 ส่วนการจะเพิ่มเป็นสัดส่วนบี 10 นั้นยังเป็นเพียงการทดลองใช้การจะบังคับต้องดูความพร้อมจากค่ายรถยนต์เป็นสำคัญ"นายวิฑูรย์ กล่าว
                      มีรายงานแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ สมาชิกของรัฐสภาอียูหลายเสียงโหวตสนับสนุน อ้างว่าการขยายการปลูกปาล์มน้ำมันอย่างรวดเร็วในอินโดนีเซียและมาเลเซีย เป็นการบุกรุก เผาป่า เกิดปัญหาหมอกควัน ขณะที่ มาเลเซีย ข้องใจว่า ทำไมยุโรปต้องเจาะจงไปที่น้ำมันปาล์ม ขณะที่การปลูกน้ำมัน ถั่วเหลืองทานตะวันก็ทำลายป่าเช่นกัน ขณะที่อินโดนีเซีย เชื่อว่า เป็นการกีดกันทางการค้าโดยอ้างประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมมาเป็นข้ออ้าง  นายศาณินทร์ ตริยานนท์ นายกสมาคมผู้ผลิตไบโอดีเซลไทย กล่าวว่า ขณะนี้ ภาคเอกชนต้องติดตามสถานการณ์ปาล์มอย่างใกล้ชิดจากมาตรการของอียูเนื่องจากอียู ใช้น้ำมันปาล์มแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพกว่า 3 ล้านตันซึ่งจะกระทบต่อผู้ส่งออกหลัก คือ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย เมื่อทั้ง 2 ประเทศส่งออกไม่ได้จะฉุดให้ราคาปาล์มตกต่ำไทยจะได้รับผลกระทบทางอ้อมด้านราคาตามมา จึงเห็นว่ารัฐคงจะต้องวางแผนรองรับในระยะยาวไว้โดยควรส่งเสริมการลงทุนที่จะนำไปสู่การใช้เพิ่มขึ้น เช่น อุตสาหกรรมโอลิโอเคมี 
                      นายกฤษดา เชาวนะนันท์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) เชื่อว่า มาตรการของอียูจะเป็นมาตรการระยะสั้นคงจะมีผลทางจิตวิทยาด้านราคาที่อาจลดลง แต่ระยะยาวยังเชื่อว่าอียูไม่น่าจะห้ามได้ถาวรเพราะเชื้อเพลิงชีวภาพจากปาล์มมีต้นทุนต่ำสุด หากอียูยังมุ่งเน้นพลังงานทดแทน และโจทย์ในอนาคตของปาล์มจะมุ่งสู่ อาหารมากขึ้น โดยวัฏจักรราคาปาล์มช่วงนี้ ขาลงแต่อีก 2 ปี ก็จะกลับมาเป็นขาขึ้น ดังนั้นหากไทยบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพอุตสาหกรรมนี้จะยังสามารถยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มได้โดย ไม่จำเป็นต้องลดพื้นที่แต่อย่างใด นายชโยดม สุวรรณวัฒนะ ประธานชมรมคนปลูกปาล์มน้ำมัน จ.กระบี่ กล่าวว่า ขณะนี้ราคาปาล์มเฉลี่ยเหลือเพียง 3.3 บาทต่อกิโลกรัม(กก.) ทั้งที่ช่วงเดือนมีนาคมปีนี้เป็นช่วงผลผลิตออกมาน้อยราคาควรจะนิ่งอยู่ในระดับ 4.50-5 บาทต่อกก. ขณะที่ สต๊อกน้ำมันปาล์มก็เริ่มกลับมาสูง ซึ่งคาดว่าเมื่อฤดูผลผลิตมาถึงอีกในช่วงปลายพฤษภาคมนี้ จะก่อให้เกิดราคาตกต่ำขึ้นอีก ดังนั้นรัฐควรต้องหาแนวทางแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่จะเกิดขึ้นด้วย

ที่มา : www.oie.go.th