AGE เปิดคลังถ่านหินเวียดนามเฟสแรกวางเป้าดันยอดขายแตะ 1 ล้านตันภายในปี 63 พร้อมรุกขยายตลาดตปท

28Mar

AGE เปิดคลังถ่านหินเวียดนามเฟสแรกวางเป้าดันยอดขายแตะ 1 ล้านตันภายในปี 63 พร้อมรุกขยายตลาดตปท

                        เอเชีย กรีน เอนเนอจี (AGE) เปิดให้บริการคลังจัดเก็บและคัดแยกถ่านหินระบบปิดในเวียดนามเฟสแรก ตั้งเป้าทำยอดขายถ่านหินในปีนี้ราว 3 แสนตัน ก่อนจะเพิ่มไปสู่ 8 แสนตันในปีหน้า และ 1 ล้านตันภายในปี 63 พร้อมเตรียมแผนขยายพื้นที่เฟส 2 ภายในปลายปีนี้ เพื่อรองรับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้าในเวียดนาม เนื่องจากรัฐบาลเวียดนามมีนโยบายส่งเสริมการใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงหลัก และมองโอกาสการนำบริษัทลูกในเวียดนามเข้าจดทะเบียนในตลาดลหลักทรัพย์ในอนาคต
                        นอกจากนั้น ยังวางแผนรุกขยายตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้ได้รับคำสั่งซื้อล็อตแรกจากโรงปูนซีเมนต์ในกัมพูชาจำนวน 2.85 หมื่นตันที่จะเริ่มทยอยส่งมอบในปีนี้ และได้เข้าไปเสนอราคาขายถ่านหินให้กับโรงปูนซิเมนต์ในเมียนมาแล้ว รวมทั้งเล็งขยายตลาดเข้าไปสู่ฟิลิปปินส์เป็นลำดับถัดไป
                        ขณะที่บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาการแตกไลน์เพื่อต่อยอดธุรกิจเทรดดิ้งถ่านหินไปสู่การขายไอน้ำและน้ำร้อนให้กับภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศด้วย นายพนม ควรสถาพร ประธานกรรมการบริหาร AGE กล่าวว่า บริษัทเข้าไปลงทุนในเวียดนามผ่าน บริษัท เอ.จี.อี โกลบอล เทรด จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ถือหุ้น 100% โดยได้จัดตั้งบริษัท VINA AGE CO., LTD เพื่อดำเนินธุรกิจนำเข้าและจำหน่ายถ่านหิน โดยตั้งเป้ายอดขาย 3 ปีข้างหน้าแตะ 1 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 61 ที่คาดว่าจะมียอดคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) ประมาณ 3 แสนตัน
                        ทั้งนี้ VINA AGE ได้สิทธิการเช่าพื้นที่สร้างคลังถ่านหินและโรงงานคัดแยกใกล้กับกรุงโฮจิมินห์ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของเวียดนามใต้ อายุสัญญาระยะยาว 10 ปี พื้นที่ทั้งหมด 40,000 ตารางเมตร หรือประมาณ 25 ไร่ เฟสแรกพัฒนาลานกองเก็บถ่านหินและโรงงานคัดแยกในระบบปิดบนพื้นที่ขนาด 20,000 ตารางเมตร หรือ 12.5 ไร่ ใช้เงินลงทุนาราว 1 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่บริษัทมีแผนพัฒนาพื้นที่เฟส 2 ในช่วงปลายปีนี้ คาดว่าจะใช้เงินลงทุนราว 8 แสนเหรียญสหรัฐ เพื่อเพิ่มความสามารถในการคัดแยกถ่านหินอีกเท่าตัวจากปัจจุบัน 1 พันตัน/วัน อีกทั้งจะเพิ่มสินค้าถ่านหินพรีเมียมที่เป็นการผสม (blend) ถ่านบิทูนินัสและแอนทาไซท์ในลักษณะต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ มากขึ้น พร้อมทั้งพิจารณาจะตั้งศูนย์กระจายสินค้า (distributor) ในพื้นที่อื่นของเวียดนามเพื่อขยายตลาดไปยังเวียดนามเหนือและเวียดนามกลางด้วย
                         นายพนม กล่าวว่า ความต้องการใช้ถ่านหินในเวียดนามมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทั้งจากการเปิดดำเนินการของโรงไฟฟ้า และโรงงานอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 60 ประเทศเวียดนาม มีการนำเข้าถ่านหินประมาณ 14.5 ล้านตัน และคาดว่าในปี 68 ปริมาณถ่านหินนำเข้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 50.4 ล้านตัน ตามกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมีส่วนช่วยเพิ่มยอดขายของบริษัทได้มาก และบริษัทยังมองโอกาสที่จะผลักดันให้ VINA AGE เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ด้วย "เราตั้งเป้าที่จะขึ้น TOP 5 ของแวียดนามในปีนี้ และเป็น TOP 3 ในปีถัดไป ซึ่งเรามั่นใจว่าเราทำได้"นายพนม กล่าว
                          บริษัทยังเดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากที่มีอยู่ในจีนและเวียดนาม โดยเฉพาะในประเทศเพื่อนบ้านแถบอาเซียน ล่าสุดได้รับคำสั่งซื้อล็อตแรกจากโรงปูนซีเมนต์ในกัมพูชาราว 2.85 หมื่นตันที่จะทยอยส่งมอบในปีนี้ และอยู่ระหว่างเสนอราคาให้กับโรงปูนซิเมนต์ในเมียนมาคาดว่าจะได้ข้อสรุปในปีนี้ อีกทั้งบริษัทยังมองหาช่องทางขยายตลาดไปที่ฟิลิปปินส์ด้วย
                          นายพนม กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจในครึ่งปีแรกเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากบริษัทได้ปรับกลยุทธ์แบบเชิงรุกในการทำตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะลูกค้าอุตสาหกรรมชั้นนำขนาดใหญ่ ส่งผลให้ปัจจุบันมียอดออเดอร์ส่งมอบถ่านหินถึงไตรมาส 2/61 ประมาณ 4-5 แสนตัน ดังนั้นจึงมั่นใจว่าปีนี้ภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทยอดขายจะเติบโตเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ 20-25% แบ่งเป็นสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศ 30% และในประเทศจะอยู่ที่ 70% และมียอดขายถ่านหินทั้งปี ที่ระดับ 3 ล้านตัน ขณะที่ธุรกิจการให้บริการโลจิสติกส์ ละคลังสินค้า บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้เป็น 5% จากรายได้รวม เติบโตขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่ 2.5%  บริษัทได้มีการลงทุนต่อเรือลำเลียงเพิ่มอีก 4 ลำที่จะทยอยรับมอบในช่วงครึ่งปีแรก ทำให้กองเรือลำเลียงของบริษัทฯมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 12 ลำ จากปัจจุบันมีเรือจำนวน 8 ลำ และบริษัทยังมีแผนจะขยายกองเรือเพิ่มอีก 10 ลำหลังจากช่วงไตรมาส 2/61 นายพนม ยังเปิดเผยว่า บริษัทยังอยู่ระหว่างศึกษาการต่อยอดธุรกิจเทรดดิ้งถ่านหินไปยังธุรกิจอื่น อาทิ การขายไอน้ำและน้ำร้อนให้กับภาคอุตสาหกรรมการผลิตและธุรกิจโรงแรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยบริษัทอาจจะเข้าไปติดตั้งบอยเลอร์ให้กับบริษัทต่าง ๆ และเก็บค่าบริการ เป็นต้น

ที่มา : www.oie.go.th