ก.อุตฯ เดินหน้านโยบายพัฒนา Eco Industrial Town ตั้งเป้าปี 61-62 มีโรงงานเข้าร่วม 1,500 โรงงาน

04May

ก.อุตฯ เดินหน้านโยบายพัฒนา Eco Industrial Town ตั้งเป้าปี 61-62 มีโรงงานเข้าร่วม 1,500 โรงงาน

                         นายสมชาย หาญหิรัญ รมช.อุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรม</a> ได้ผลักดันนโยบายการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Industrial Town) ใน 5 มิติ ได้แก่ 1.มิติด้านกายภาพ 2.มิติด้านเศรษฐกิจ 3.มิติด้านสิ่งแวดล้อม 4.มิติด้านสังคม และ 5.มิติการบริหารจัดการ ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างระบบการจัดการเพื่อลดมลพิษสิ่งแวดล้อมในพื้นที่อุตสาหกรรมหนาแน่น และเตรียมความพร้อมพื้นที่ที่จะมีการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสังคมในอนาคต โดยยังได้มอบหมายให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ผลักดันพื้นที่ประกอบอุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่ จำนวน 18 แห่ง 15 จังหวัด ประกอบด้วย จ.สมุทรปราการ จ.ปราจีนบุรี จ.ฉะเชิงเทรา จ.ระยอง จ.ชลบุรี จ.สมุทรสาคร จ.นครปฐม จ.ปทุมธานี จ.ราชบุรี จ.นครราชสีมา จ.พระนครศรีอยุธยา จ.สระบุรี จ.ขอนแก่น จ.สงขลา และ จ.สุราษฎร์ธานี ให้มีการยกระดับพื้นที่ไปสู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ และร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ดังกล่าว จัดทำแผนแม่บทและแผนปฏิบัติการการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนเดิมที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับเขตอุตสาหกรรม และการพัฒนาเมืองใหม่และเมืองนิเวศในอนาคต
นายมงคล พฤกษ์วัฒนา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวว่า ในปี 2560 กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ร่วมกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ดำเนินการตรวจประเมินเขตประกอบการอุตสาหกรรม สวนอุตสาหกรรม และนิคมอุตสาหกรรม ที่ตั้งอยู่ใน 18 พื้นที่เป้าหมายใน 15 จังหวัด โดยพบว่ามีเขตอุตสาหกรรมที่ผ่านเกณฑ์จำนวน 13 พื้นที่ ได้แก่
                         กลุ่มที่ 1 ผ่านเกณฑ์การตรวจประเมินการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ระดับ ECO Industrial Park 5 หรือ เมืองน่าอยู่คู่อุตสาหกรรม ที่มีการพัฒนาอุตสาหกรรมให้มีความสมดุลทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม ทำให้อุตสาหกรรมอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างเป็นสุข จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ เขตประกอบการไออาร์พีซี, สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ศรีราชา, สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์กบินทร์บุรี และสวนอุตสาหกรรมบางกะดี
                         กลุ่มที่ 2 ผ่านเกณฑ์การตรวจประเมินเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ในระดับ Eco World Class หรือ นิคมอุตสาหกรรมชั้นนำที่สามารถเป็นต้นแบบในการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนและคุณภาพสิ่งแวดล้อม จำนวน 1 แห่ง ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมอาร์ไอแอล</p>
                         กลุ่มที่ 3 ผ่านการตรวจประเมินเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศระดับ ECO Champion หรือนิคมอุตสาหกรรมที่ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างผาสุกบนหลักธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม จำนวน 8 แห่ง ได้แก่ ท่าเรือมาบตาพุด, นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด, นิคมอุตสาหกรรมเอเชีย, นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง, นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง, นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซิตี้, นิคมอุตสาหกรรมบางปู และนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ที่
                         อย่างไรก็ดี ในปี 2561 และปี 2562 ในส่วนของการดำเนินงานของกรมโรงงานอุตสาหกรรมจะเร่งยกระดับโรงงานอุตสาหกรรมที่ยังไม่ได้เข้าร่วมการพัฒนาให้ได้ CSR beginner เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1,500 โรงงาน พร้อมทั้งส่งเสริมการจัดการด้านวัสดุและพลังงานของโรงงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังจะเร่งยกระดับพื้นที่เมืองอุตสาหกรรมเพื่มเติมอีกใน 8 จังหวัด 10 พื้นที่ให้ผ่านเกณฑ์การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ
                         รมช.อุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงฯ ไม่มีมาตรการส่งเสริมหรือมาตรการจูงใจใดๆ ที่จะให้เขตนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ พัฒนาสู่การเป็นอุตสาหกรรมเชิงนิเวศให้ได้ เพราะเป็นสิ่งที่สังคมทราบอยู่แล้วว่าเขตนิคมอุตสาหกรรมจะต้องอยู่ร่วมกับสังคมให้ได้ และกระทรวงฯ ได้กำหนดไว้ว่าเขตนิคมอุตสาหกรรมใหม่ๆ จะต้องเป็นอุตสาหกรรมเชิงนิเวศเท่านั้น "ตอนนี้มุ่งเน้นไปที่ 5 จังหวัดที่มีอุตสาหกรรมจำนวนมากก่อน คือ 3 จังหวัดในพื้นที่ EEC และอีก 2 จังหวัด คือ สมุทรปราการและสมุทรสาคร และจะพยายามขยายไปให้ได้ 15 จังหวัด ซึ่งเราทำแผนเรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็จะดูต่อไปว่าใน 15 จังหวัดเหล่านี้มีนิคม หรือเขตนิคม หรือเขตประกอบการ หรือสวนอุตสาหกรรมใดที่มีความพร้อม และถ้าใครเข้าโครงการ กระทรวงฯ ก็จะไปให้ความรู้ ยกระดับให้กลายเป็นเขตอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ" รมช.อุตสาหกรรม กล่าว

ที่มา : www.oie.go.th