เจโทร ร่วมกับ สถาบันยานยนต์&r สร้างคน สร้างงาน สร้างนวัตกรรม เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่

11May

เจโทร ร่วมกับ สถาบันยานยนต์&r สร้างคน สร้างงาน สร้างนวัตกรรม เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่

                         Mr. Yoji Ueda รองผู้อำนวยการฝ่ายการผลิต กระทรวงเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่น (METI of Japan) และนายศิริรุจ จุลกะรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม
ในฐานะประธานกรรมการคณะกรรมการสถาบันยานยนต์ ให้เกียรติเข้าร่วมพิธีลงนามหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent : LOI) เรื่อง "การพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่" ระหว่าง องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) กับ สถาบันยานยนต์  โดย Mr. Hiroki Mitsumata ประธาน องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร กรุงเทพฯ) และ นายอดิศักดิ์ โรหิตะศุน กรรมการสถาบันยานยนต์ ผู้ทำการแทนผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ เป็นผู้ลงนามหนังสือแสดงเจตจำนงดังกล่าวซึ่งวัตถุประสงค์ และขอบเขต ของความร่วมมือระหว่างองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) กับ สถาบันยานยนต์ มีเจตนารมณ์ร่วมกันในการประสานความร่วมมือ เพื่อส่งเสริมความเข้าใจและการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ของทั้งสองประเทศ ประกอบด้วย ยานยนต์ไฟฟ้าไฮบริด (HEV) ยานยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) ยานยนต์ไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิง (FCEV) และยานยนต์แห่งอนาคต
                        ทั้งนี้จะเน้นการประสานความร่วมมือด้านการแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับยานยนต์สมัยใหม่ การพัฒนาบุคลากร การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม และการทดสอบ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน รวมถึงการพัฒนาด้านต่างๆ ของทั้งสองประเทศ ซึ่งจะจัดให้มีการหารือร่วมกันเป็นประจำทุกปี ความร่วมมือภายใต้หนังสือเจตจำนงฉบับนี้ มีระยะเวลา 3 ปี โดยมีขอบเขตความร่วมมือ
                        1. การแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ ระบบความปลอดภัย การจัดการแบตเตอรี่ รวมถึงระบบการประจุไฟฟ้า การทดสอบและพลังงาน
                        2. แลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีขั้นพื้นฐาน เพื่อส่งเสริมการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า
                        3. การพัฒนาทรัพยากรบุคคล เพื่อก้าวสู่อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ 
โดยสถาบันยานยนต์หวังว่า การลงนามหนังสือแสดงเจตจำนงครั้งนี้ จะเป็นส่วนช่วยชี้นำให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย สามารถปรับตัวและต่อยอดผลิตยานยนต์สมัยใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง และช่วยให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ที่สำคัญของภูมิภาคได้ และสามารถนำข้อมูลสนับสนุนเสนอแก่หน่วยงานภาครัฐในการออกกฎระเบียบและมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อรองรับการผลิตยานยนต์สมัยใหม่ของประเทศ ทั้งนี้เพื่อประชาชนจะมีได้โอกาสใช้ยานยนต์ที่มีเทคโนโลยีทันสมัย มีประสิทธิภาพสูง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย การลงนามในครั้งนี้ จึงนับว่าเป็นก้าวสำคัญ ในการแสดงศักยภาพร่วมกัน เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของทั้งสองประเทศ ให้มีความก้าวหน้าอย่างมั่นคงทั้งในปัจจุบัน และในอนาคต

 ที่มา : www.oie.go.th